ตุลาคม 2012 - forex online

Latest Post

อยากรวย ต้องประหยัด

Written By Unknown on วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555 | 19:44


อยากรวย ต้องประหยัด

- วันนี้ money7forex จะ นำแนวคิดแบบเศรษฐีชาวตะวันตกมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ และรองศึกษากันดูนะ เพราะพวกเขาจะกินใช้น้อยกว่าที่หามาได้มากนัก หรือที่เราเรียกกันว่า "ประหยัด" นั้นเอง แล้วการประหยัดของพวกเขาเขาทำกันอย่างไรกันบ้าง เรารองมาดูกันนะ (money7forex ก็ใช้วิธีนี้ในการสร้างฐานะเช่นกัน)


คนส่วนใหญ่มักจะวัดความร่ำรวยกันด้วย เหตุผลโง่ๆ เช่น
  • บ้านหลังใหญ่ราคาเป็นล้าน และอยู่ในโครงการหรู่
  • รถยนต์คันใหม่ป้ายแดง และต้องเป็นยี่ห้อที่ไฮโซ (ต้องผ่อน)
  • เสื้อผ้าเครื่องประดับ ต้องแบรนด์ดังจากต่างประเทศ
  • กินอาหารต้องอย่างดี ราคาแพง ร้านหรู
  • ถ้าอยากท่องเที่ยวและช๊อปปิ้ง ต้องต่างประเทศเท่านั้น
อยากรวย ต้องประหยัด

  แต่จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตที่โก้หรูแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย คนที่เป็นเศรษฐีมักไม่ทำกัน เพราะการใช้เงินแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนจนที่อยากให้คนอื่นเห็นว่ารวยเท่านั้น และเมื่อคุณทุมเทเวลาและเงินทองให้กับเปลือกนอกของคุณ สิ่งที่จะตามมาคืออะไรรู้ไหม ถ้าไม่รู้ money7forex จะบอกให้ นั้นคือ การเป็นหนี้, เงินไม่พอใช้, และมีนิสัยที่จมไม่ลง
  • พวกเศรษฐีจะยึดถือ ความประหยัด เป็นเรื่องสำคัญเพราะ ความประหยัดเป็นหัวใจในการสร้างฐานะเป็นอย่างยิ่ง การที่พวกเขาจะใช้จ่ายในสิ่งใดก็ตาม ต้องมีผลประโยชน์และมีเหตุผลเสมอ มีคนให้คำจำกัดความของความประหยัด ไว้ในพจนานุกรมของ เว็บสเตอร์ ว่า "เป็นพฤติกรรมี่สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่า"
ดังนั้น money7forex จึงอยากถามเพื่อนๆ ทุกคนว่า
  • คุณจะมีบ้านหลังใหญ่ไปทำไม ถ้าคุณใช้ทุกห้องพร้อมกันไม่ได้
  • คุณจะมีรถหรูราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายรถอะไรก็สามารถขับถึงจุดหมายได้เหมือนกัน
  • คุณจะใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายก็แค่ประดับและปกปิดร่างกายเท่านั้น
  • คุณจะกินอาหารราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายก็แค่อิ่มจริงไหม


money7forex อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านและนำไปคิดดูนะว่า "คุณกำลังสร้างเปลือกนอกให้ดูรวย หรือสร้างฐานะให้ร่ำรวยจริงๆ "

รู้บัญชี รู้ชีวิต



ถ้าเรารู้บัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับรู้ชีวิต  วันนี้ money7forex ได้นำความคิดของเศรษฐีชาวอังกฤษท่านหนึ่งที่เคยบอกไว้ว่า "ถ้าไม่ทำบัญชีให้ชีวิตในวันนี้ ก็จะไม่รู้รายได้และค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นคนจนไปเสียแล้ว"  ในการทำบัญชีหลายๆ คนอาจจะมองว่ามันทำยาก หรือมองว่าเป็นเรื่องไร้สารใครจะไปจำได้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง แต่ money7forex อยากบอกว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมากนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณ จนหรือรวย ได้เลย



  • นี้เป็นวิธีการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายในแต่ละวันแบบง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้ ขอเพียงอย่าขี้เกียจเท่านั้น เริ่มต้นเราก็จะแบ่งบัญชีออกเป็น 3 ส่วน


ส่วนของรายได้  money7forex แนะ นำว่าควรใส่รายได้ทุกอย่างที่เราหาได้ลงๆ ไปไม่ว่ารายได้นั้นมันจะเล็กน้อยแค่ไหน และอย่าลืมใส่วันเดือนปีที่ได้รับมาด้วย เพราะมันจะเป็นสถิติให้คุณสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้


  • ค่าใช้จ่ายอาหาร  คุณอาจจะเคยได้ยินที่เขาพูดว่า "กินแค่นี้ไม่ทำให้รวยหรือจนหรอก" แต่ money7forex จะ กระซิบบอกนิดนึงว่า คนจนเท่านั้นแหละที่คิดอย่านี้ เพราะการกินนั้นเป็นส่วนสำคัญทีสุดเลยก็ว่าได้ เราต้องกินทุกวัน ดังนั้นถ้าเราคุ้มค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารได้ คำว่ารวยคงไม่ไกลเกินฝันแน่นอน


ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  money7forex หมายถึง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบ้านไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือจะเ็ป็น แฟ็บ สบู่ ยาสีฟัน แต่สิ่งที่สำคัญในกาีรเขียนบัญชีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็คือ ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเราจ่ายอะไรไปบ้างแยกเป็นรายการอย่างละเอียด เพราะคุณจะรู้ได้เลยว่าของใช้ภายในบ้านของคุณจะหมดประมาณ
วันใหน (ยิ่งกว่าหมอดูอีกนะ)


  •  ตอนสิ้นเดือนคุณก็ต้องนำบัญชีที่คุณทำมาทั้งเดือนนั้น นำรายได้ลบค่าใช้จ่าย ส่วนต่างถ้าเป็นบวกคุณก็ต้องมาลองคำนวณดูว่ามันเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้  และถ้าส่วนต่างเป็นลบ (งานเข้าเลย) คุณต้องมาดูบัญชีทั้งหมดของคุณว่ามันจ่ายค่าอะไรไปมากจนทำให้บัญชีของคุณติดลบ แล้วต้องมาวางแผนการใช้จ่ายใหม่ (แผนที่ใช้แล้วไม่สำเร็จทำกี่ครั้งมันก็ไม่สำเร็จ นี้คือธรรมชาติของมัน )


 เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างฝันการเป็นคนรวยได้แล้ว   money7forex ขอบอกไว้นิดนึงว่าทุกอย่างจะสำเร็จได้คุณต้องตั้งใจ   ดังนั้นคุณต้องตั้งใจให้มากในการที่จะทำบัญชีให้เป็นสีเขียว เมื่อคุณรู้เหตุผลที่บัญชีตัวใหนทำให้บัญชีคุณเป็นสีแดงก็ควรจัดการมันซะ

การทำธุรกิจต้องวางแผน


การทำธุรกิจต้องวางแผน

- ถ้าคุณอยากทำธุรกิจคุณต้องรู้เกี่ยวกับธุรกิจนั้นเป็นอย่างดี และการทำธุรกิจต้องวางแผไม่ว่าร้านเล็กร้านใหญ่ การทำธุรกิจต้องวางแผนกันทั้งนั้น วันนี้ money7forex  จะมาแนะนำเคล็ดลับการทำธุรกิจกันนะ การทำธุรกิจให้สำเร็จต้องมีการวางแผนที่ดี ถ้าคุณมีแผนธุรกิจที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ คุณก็ไม่ต้องกังวลมากนักว่าธุรกิจของคุณจะล้มไม่เป็นท่า หรือขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินจนต้องหนี้ออกนอกประเทศ (อุ้ย...เขียนเกินไปหรือเปล่า)



  • ผู้ประกอบกิจการที่สำเร็จ ส่วนใหญ่แล้วเขาจะมีการเรียนรู้การจัดทำแผนธุรกิจที่ดี ดังนั้น money7forex จึงอยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจคำว่า การจัดทำแผนธุรกิจกันก่อนนะ



การทำธุรกิจต้องวางแผนการจัดทำแผนธุรกิจ  ทำไมการทำธุรกิจต้องวางแผนนะ เหรอ เพราะธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จนั้นมันต้องมี เป้าหมายที่แน่นอน ว่าคุณทำธุรกิจนั้นเพื่ออะไรและอยากเห็นธุรกิจเติบโตในทิศทางใหน เรามาดูกันว่าการทำแผนธุรกิจทำอย่างไรบ้าง

  • กำหนดโครงสร้างของธุรกิจ ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร อย่างเช่น ทำธุรกิจขายของชำ คุณก็ต้องดูว่าเราจะรับสินค้าที่ใหน ที่จะทำให้ต้นทุนของเราต่ำ กำไรต่อชิ้นอยู่ที่เท่าไร อย่างนี้เป็นต้น

วิเคราะห์คู่แข่งด้วย   การจะทำธุรกิจให้สำเร็จได้นั้นต้องรู้จักการวิเคราะห์ ว่าคู่แข่งเรามีจุดแข็งตรงใหน และมีจุดอ่อนตรงใหน แล้วเราก็หาช่องว่างการค้า คืออะไรที่เขาไม่มีหรือหาซื้อได้ยาก แต่เราสามารถหามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ อะไรประมาณนี้ และที่สำคัญอย่างลืมวิเคราะห์ว่าคู่แข่งมีผลประกอบการเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนำมาประกอบ การทำแผนธุรกิจ

  • กำหนดกลยุทธ   จะทำอย่างไรให้ลูกค้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเรา อย่างเช่นที่ห้างใหญ่ ๆ ชอบทำก็คือ ซื้อ 1 แถม 1  นี้แหละเขาเรียกว่ากลยุทธ

ประเมินผลของแผนธุรกิจ  การประเมินผลได้นั้นคุณต้องทำตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเคร่งคัด เพราะถ้าคุณไม่ทำตามแผนคุณก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า แผนที่คุณทำมันดีจริงหรือเปล่า การประเมินผลส่วนใหญ่ก็จะดูที่กิจการทำบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

  • ปรับปรุงแผนธุรกิจ ถ้าคุณทำกิจการแล้วไม่บรรลุเป้าหมาย คุณก็มาดูแผนธุรกิจที่คุณทำว่าผิดพลาดตรงจุดใหน แล้ว "ปรับปรุงแผน" ซะ   อย่างที่ CEOforyou เคยพูดไว้แล้วว่า "แผนที่ไม่สำเร็จ คุณทำกี่ครั้งมันก็ไม่สำเร็จ" เพราะมันคือธรรมชาติ  ดังนั้นถ้าคุณทำตามแผนเก่าไม่สำเร็จคุณต้องเขียนแผนธุรกิจใหม่เพื่อทำ กิจการของคุณให้บรรลุเป้าหมายจนได้


ทำแผนธุรกิจแล้วได้อะไร

  • รู้อนาคต 
อาจจะฟังแล้วดูเวอร์ไปนิด แต่มันคือเรื่องจริง คุณจะรู้คราว ๆ ว่าอนาคตคุณจะเจอปัญหาอะไรบ้างและวิธีแ้ก้ต้องทำอย่างไร พอคุณเจอปัญหาขึ้นมาจริง ๆ จะได้ไม่ตกใจและ้ก็ตามมาด้วยความท้อแท้

  • ทำงานอย่างมีประสิทธภาพ 
เพราะการทำงานที่ไม่มีแผนธุรกิจ ก็เหมือนคุณเดินทางโดยไม่มีแผนที่นะแหละ คุณจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจุดหมายคุณอยู่ตรงใหน หรือถ้าถึงจุดหมายแล้วมันใช่ที่ ที่คุณต้องการจะไปหรือเปล่า ดังนั้นการทำแผนธุรกิจก็เหมือนการสร้างแผนที่ให้ธุรกิจคุณนั้นเอง


 - คราวนี้เพื่อนๆ ก็ได้รู้กันแล้วว่าการทำธุรกิจต้องวางแผน  ไม่ว่ากิจการของคุณจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ แม้แต่แม่ค้าขายข้าวแกงหรือแม่ค้าขายส้มตำก็นำการวางแผนธุรกิจไปใช้ได้ ถ้ามีข้อสงสัยก็เขียนมาถามกันได้นะ

กินอย่างไรให้ประหยัด


กินอย่างไรให้ประหยัด

- เราจะกินอย่างไรให้ประหยัด นี้อาจจะเป็นคำถามแรกๆ ของคนที่ต้องการควบคุมเรื่องของเงินเพราะถ้าเรารู้ว่ากินอย่างไรให้ประหยัดแล้ว เราก็สามารถวางแผนการใช้เงินได้ การกินนั้นเพื่อนๆ บ้างอาจจะคิดว่า "ก็แค่กินไม่ทำให้จนหรอก" แต่ความเป็นจริงแล้วคุณลองคิดดูสิว่าร้อยละ 50 % ของค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันมันคือการกิน วันนี้ monye7forex มีวิธีกินอย่างไรให้ประหยัด มาฝากเพื่อนๆ กัน





  • ทำอาหารกินเอง

นี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณกินอย่างประหยัดได้ เพราะการทำอาหารทานเองจะทำให้คุณประหยัดได้ไม่ต่ำกว่า 30 % โดย ประมาณนะ บางคนอาจจะบอกว่าซื้อเขากินก็แค่ 20-30 บาทเอง แต่คุณลองคิดดูดีๆ สิว่าคุณจ่าย 20-30 คุณก็ได้กินแค่มื้อเดียว แต่ถ้าคุณซื้อทำเองเฉลี่ยแล้ว 1 มื้ออาจจะไม่ถึง 20-30 ก็ได้นะ
กินอย่างไรให้ประหยัด


  • จัดสวนเป็นผักสวนครัวแทน

บ้านเกือบทุกหลังต้องจัดสวนกันอยู่แล้วเพื่อให้บ้านของคุณดูสดชื่นและน่ามอง แต่ต้นไม้ที่นำมาจัดสวนนั้นส่วนใหญ่จะกินไม่ได้ เราลองเปลี่ยนดูดีไหมเป็นสวนผักสวนครัว จริงๆ แล้วผักสวนครัวเนี๊ยะ สวยไม่แพ้ต้นไม้จัดสวนอื่นๆ เลย การซื้อผักมาทำกับข้าวบางครั้งเราใช้ไม่เยอะส่วนที่เหลือก็ต้องทิ้ง ทำให้เงินคุณเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์


  • ต้องวางแผนก่อนการกิน

การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการเงินไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจ หรือดำเนินชีวิตในทุกๆ วัน money7forex หมายถึงการวางแผนว่าคุณจะทำอะไรกินบ้างในอาทิตย์นี้และต้องใช้งบประมาณเท่าไรดี และที่สำคัญคุณอย่างกินอะไรที่ไม่ได้อยู่ในแผนของเรา มันจะทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย




- การกินอย่างไรให้ประหยัดนั้น มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร ไม่ว่าจะเป็น ทำอาหารกินเอง จัดสวนเป็นผักสวนครัวแทน หรือต้องวางแผนก่อนกิน นี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณประหยัดในการกิน แต่ทุกอย่างจะไม่เกิดประโยชน์เลยถ้าคุณคิดแล้วไม่ทำ

รอบรู้ทุกเรื่อง



- การรอบรู้ทุกเรื่อง บางคนอาจจะเรียกว่าแสนรู้แต่คุณรู้ไหม ถ้าเรารอบรู้ทุกเรื่องนั้น จะมีประโยชน์อะไรบ้าง หรือนักธุรกิจหลายคนทำไมต้องมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์วันละหลายๆ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ไทยรัฐ มติชน เดลินิว เยอะแยะไปหมดเขาทำไปเพื่ออะไร วันนี้ momey7forex จะพาเพื่อนๆ มารู้เหตุผลกันว่า ทำไมการทำธุรกิจต้องรอบรู้ทุกเรื่อง



  • ช่องทางในการทำธุรกิจ
พึ่งผ่านบอลโลกมาหมาดๆ คุณคงได้เห็นเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นกันอยู่หลายคน ไม่ใช่เพราะเล่นพนักบอลนะแต่เป็นนักธุรกิจที่หาช่องทางการทำเงินจากเวลา และโอกาสที่เหมาะสมต่าง หาก นักธุรกิจกลุ่มนี้จะติดตามข่าวสารว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้างที่เขาจะหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้ ก็อย่างเช่น ถึงฤดูกาลบอลโลกก็เอาของที่เกี่ยวกับบอลโลกมาขาย ก็ขายดิบขายดีกันไป


  • ทันโลก
ตราบใดเวลาไม่หยุดนิ่ง ธุรกิจก็ไม่หยุดนิ่งเช่นกัน ถ้าคุณไม่ทันโลกไม่มีความรอบรู้ทุกเรื่องคุณก็เหมือนคนหยุดนิ่ง และคงไม่มีนักธุรกิจคนไหนที่ชอบติดต่อกับคนที่ คุยเรื่องอะไรก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องทำหน้างงตลอดเวลา แค่คิดก็แย่แล้ว




- ดังนั้นถ้าคุณอยากทำธุรกิจ และเป็นนักธุรกิจที่ดีก็ต้องหาความรู้ใส่ตัว พยายามพบปะพูดคุยกับคนอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด money7forex  ก็ได้ไอเดียดีๆ มาจากการพูดคุยกับคนอื่นเช่นกัน แต่ละคนมีความคิดไม่เหมือนกัน พยายามเปิดใจให้กว้าง ความคิดของคุณไม่ได้ถูกเสมอ แต่สิ่งที่คนอื่นคิดก็ไม่ใช่ผิดซะทุกเรื่อง ของเพียงคุณอย่าคิดว่าตัวเองเก่งเสียทุกเรื่องก็เท่านั้น

เริ่มต้นความสำเร็จ



- วิธีเริ่มต้นความสำเร็จนั้นหลายๆ คนก็อาจจะมีคำถามอยู่ในใจว่า ถ้าฉันอยากเริ่มต้นความสำเร็จต้องทำอย่างไรดี อย่างที่ money7forex บอกนะแหละว่า "ความสำเร็จ ไม่มีสูตรสำเร็จ" แต่มันก็มีแนวทางในการทำชีวิตให้สำเร็จอยู่เหมือนกัน  วันนี้ money7forex มีวิธีการเริ่มต้นความสำเร็จมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ เรามาดูกันเลย




  • จุดมุ่งหมายของความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นเ้รื่องธุรกิจ หรือชีวิตประจำวัน ถ้าคุณอยากมีความสำเร็จ คุณต้องมีจุดมุ่งหมายเสียก่อน ถ้าเปรียบเทียบมันก็เหมือนการเดินทางบนถนนนะแหละ ถ้าคุณไม่มีจุดมุ่งหมายจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวามันก็คงไม่ต่างอะไรกัน การทำธุรกิจก็เหมือนกันคุณต้องมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน


  • ต้องเป็นนักวางแผน

เมื่อเรารู้แล้วว่าจุดมุ่งหมายของเราคืออะไร ต่อไปก็คือการวางแผนเพื่อให้จุดมุ่งหมายของเราเป็นจริง(มันคือความสำเร็จ) การวางแผนเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จอีกข้อหนึง การวางแผนที่ดีมันจะนำคุณไปสู่จุดมุ่งหมายที่คุณต้องการ


  • ความสำเร็จเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ 

ความสำเร็จจุดเล็กๆ นั้นจะนำพามาถึงความสำเร็จที่ใหญ่ขึ้น มันเหมือนกับการสร้างบ้านเราต้องเริ่มจากการสร้างรากฐานก่อน เมื่อเราสร้างรากฐานสำเร็จแล้วเราถึงจะเริ่มทำตัวบ้าน ถ้าจุดเล็กๆ คุณยังไม่สามารถที่จะทำให้สำเร็จได้ การจะทำชีวิตให้ประสบความสำเร็จคงเป็นไปได้ยาก




- นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสำเร็จเท่านั้น มีคนเคยบอก money7forex ว่าถ้าคุณตื่นเช้าขึ้น 1 ชั่วโมง คุณก็จะมีเวลาทำงานเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง ดังนั้นคนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่ตื่นเช้า เพราะเวลาเป็นทรัพยากรที่แพงที่สุด และไม่เคยหวนคืน

ความมั่งคั่ง



- ถ้าพูดถึงความมั่งคั่ง คุณอาจจะคิดถึงนักธุรกิจที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยมีรถสปอร์ตคันโก้ กับบ้านที่เป็นคฤหาสน์ แต่จริงๆ แล้วความมั่งคั่งไม่ใช่เพียงแค่แสดงความร่ำรวยให้คนอื่นเห็น เศรษฐีแต่ละคนก็จะมีความมั่งคั่งสไตล์ตัวเอง วันนี้ money7forex ก็มีแนวคิดของคำว่า "ความมั่งคั่ง" ที่แตกต่างกันราวฟ้ากันดินมาฝากเพื่อนๆ มาดูกันเลย



  • ความมั่งคั่งคืออะไร
จริงๆ แล้วเมื่อเราพูดถึงความมั่งคั่งกับความมั่นคงมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก นัก ความมั่นคงของการเงินก็คือความมั่งคั่งในชีวิต ความมั่งคั่งก็คือคุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องทำงาน 10 ปี เมื่อใดที่คุณมีความมั่งคั่งความมั่นคงมันก็จะตามมา

  • ความมั่งคั่งของชาวอเมริกา
เรามาเริ่มต้นกับความคิดเกี่ยวกับความมั่งคั่งของชาวอเมริกากันก่อน วัยรุ่นชาวอเมริกาจะมีความคิดถึงความมั่งคั่งแบบที่คนทั่วไปคิดกันนะแหละ ก็คือต้องมีรถสปอร์ตคันโก้ เรือยอร์ทสุดหรู มีเครื่องบินส่วนตัว และเขาพร้อมที่จะลำบากในช่วงวัยรุ่นเพื่อที่จะหาเงินสร้างความมั่งคั่งให้กับชีวิต

  • ความมั่งคั่งของชาวนอร์เวย์
บางครั้งความมั่งคั่งของชาวนอร์เวย์ก็ดูเป็นคนละขั่วกันกับความ มั่งคั่งของชาวอเมริกา ชาวนอร์เวย์จะประมาณว่ารวยนะแต่เก็บไว้ในใจ เขาจะซื้อขอแต่ละอย่างด้วยเหตุผล จนมีโฆษณาตัวหนึ่งออกมาเพื่อสะท้อนถึงการใช้ชีวิตของชาวนอร์เวย์ เรื่องมันมีอยู่ว่าชายแก่  2 คนนั่งคุยกัน

- ชายคนแรก(มีตังค์) เราจะสร้างห้องเพิ่มดีไหม
ชายคนที่สอง  แกจะมีลูกหรอ
- ชายคนแรก เปล่า
พอนั่งไปสักครู่ไฟก็ดับ ชายแก่ทั้ง  2 คนจึงบอกว่าเอาเงินไปซื้อหลอดไฟดีกว่า

นี้คือความมั่งคั่งแบบไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นหนี้ มีความสุขเล็กๆ กับชีวิตที่พอเพียงและเพียงพอกับความต้องการของเขา



- เรื่องของความมั่งคั่งนั้นแต่ละคนก็มีความคิดแต่ต่างกัน บางคนเพียงแค่ใช้หนึ้ได้ไม่เดือดร้อนก็ถือว่ามั่งคั่งแล้ว และคุณละรู้หรือยังว่าความมั่งคั่งของคุณคืออะไร

คำพูดในการทำธุรกิจ


เรื่องของคำพูดในการทำธุรกิจ


- คุณรู้ไหมว่าคำพูดในการทำธุรกิจนั้นมีค่าเพียงใด ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจประเภทไหนก็ตามคำพูดในการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้าคุณรักษาคำพูดได้มากเพียงใด ผลที่กลับมาก็คือความน่าเชื่อถือ และคำพูดที่ศักดิ์สิทธ์ของคุณเอง วันนี้ money7forex จะมาพูดถึงเรื่องของคำพูดในการทำธุรกิจ ตาม money7forex มาดูกันเลย



  • คิดก่อนพูด
ถ้าคุณอยากให้คำพูดในการทำธุรกิจมีความหมายและน่าเชื่อถือ สิ่งแรกเลยที่คุณควรจะทำนั้นคือ การคิดก่อนที่จะพูด ไม่ใช่การรับปากแบบส่งๆ หรือเพียงเพราะพูดเอาใจคนอื่น เพราะคำพูดไม่สามารถดึงกลับคืนได้

  • รักษาคำพูด
เมื่อคุณคิดก่อนแล้วค่อยพูดการพูดของคุณก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเราพูดไปแล้วสิ่งที่ต้องทำต่อไปนั้นก็คือ "รักษาคำพูด" เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากทำธุรกิจกับคนที่พูดแล้วไม่สามารถทำได้จริง ประมาณว่าวาดฝันไปวันๆ

  • เมื่อทำตามคำพูดไม่ได้ต้องมีเหตุผล
แน่นอนแม้เราจะเป็นคนที่รักษาคำพูดมาเพียงใด แต่บางครั้งก็อาจจะมีเหตุที่เราไม่สามารถรักษาคำพูดได้ มันไม่ใช่เรื่องแปลก ขอเพียงให้คุณจำไว้ว่าถ้าเราพูดไปแล้วไม่สามารถทำได้ต้องมีเหตุผลเสมอ และเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นด้วยนะ




- เพียงเท่านี้คำพูดในการทำธุรกิจของคุณก็จะขลังขึ้นอีกเยอะ และใครที่มีปัญหาเรื่องของการพูดแล้วไม่ค่อยมีคนเชื่อ money7forex ของแนะนำว่า "พูดให้น้อย ต่อยให้หนัก" อย่างมั่วแต่พูดอย่างเดียวแสดงให้เขาเห็นว่าคุณก็เจ๋งเหมือนกัน

อย่าแคร์


การทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องแคร์


- money7forex ไม่ได้บอกให้เพื่อนๆ อย่าแคร์ลูกค้า อย่าแคร์เพื่อนร่วมงาน แต่ money7forex กำลังหมายถึงว่า การทำธุรกิจต้องยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง(แต่ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองนะ) เพราะอะไรนะเหรอ เราถึงมาพูดกันเรื่องอย่าแคร์ พอดี money7forex ได้เห็นการทำธุรกิจของหลายๆ คนที่ดูเหมือนทำงานไปก็ไม่มีความสุขเพราะคำว่า แคร์ นี้แหละ มาดูว่าเขาแคร์อะไรกันบ้าง



  • แคร์ลูกค้า
อันนี้ก็เป็นเรื่องทีดีนะ แต่การแคร์ลูกค้าเนี๊ยะ มันต้องมีขอบเขตไม่ใช่เราสามารถเปรียบธุรกิจบางส่วนได้เพราะลูกค้าบอกว่าไม่ ดี จริงๆ แล้วต่างคนต่างความคิด คุณต้องคิดว่าลูกค้าชอบสินค้าของคุณเขาถึงมาอุดหนุนคุณ เพราะฉะนั้นอย่าเปลี่ยนอะไรง่ายๆ เพียงเพื่อแคร์ลูกค้า

  • แคร์เพื่อน
เพื่อนร่วมงานบางครั้งก็อาจจะทำให้คุณเบื่องานกันไปเลย เพราะความนิสัยเสียอะไรสักอย่างที่เราไม่ชอบใจ แต่ยิ่งเราแคร์เพื่อนมาเท่าไร เขาก็จะทำให้เราไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น  money7forex แนะนำว่าอย่าแคร์เพื่อนที่ทำให้เราเสียใจ จงไปเอาใจเพื่อนที่เขาแคร์เราจะดีกว่า

  • ธุรกิจดีไม่ต้องแคร์ใคร
ข้อนี้ขอฝากเพื่อนๆ ที่คิดจะทำธุรกิจนะ จำไว้ว่าถ้าธุรกิจของเราดีจริงเราไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร ลูกค้าจะวิ่งเข้ามาหาคุณเอง โดยไม่ต้องไปทำโฆษณาให้เปลืองตังค์




- คุณไม่จำเป็นต้องแคร์ใครเพระมันจะทำให้คุณปวดหัว และหมดกำลังใจในการทำงาน  แต่คุณต้องรักในธุรกิจของตัวเอง รักในอาชีพของตัวเอง เพียงแค่นี้ money7forex เชื่อว่าคุณจะสามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น

เทคนิคการใช้คน


ทำธุรกิจต้องรู้เทคนิคการใช้คน


- ทำไมคุณต้องรู้เทคนิคการใช้คน ก็เพราะถ้าคุณรู้เทคนิคการใช้คนมันจะสามารถทำให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้ อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว เพื่อนๆ เคยได้ยินคำที่เขาพูดว่า "คนหนึ่งคน ไม่สามารถทำทุกอย่างได้" ไหม เพราะแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน และมีความเหมาะสมในการทำงานที่ไม่เหมือนกัน วันนี้ money7forex จะพาเพื่อนๆ มารู้เทคนิคการใช้คนว่าเขาทำกันอย่างไร




  • ทำไม่เป็นก็จ้าง
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าไม่มีใครเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างหรอก ดังนั้นถ้าคุณทำไม่เป็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องสต็อก หรือเรื่องขายก็ดี ควรหาคนที่มีประสบการณ์และสำเร็จกับตำแหน่งนั้นๆ มาทำงานแทนจะดีกว่าแต่ไม่ใช่ว่ามอบหมายงานให้เขาแล้วคุณไม่สนใจนะ คุณต้องรู้จักศึกษางานไปด้วย

  • ใช้คนให้เป็น
การที่เราจะรับลูกน้องมาแต่ละคน คุณควรศึกษาเขานิดนึงว่าเขามีความสามารถด้านไหน อย่างที่คนสมัยโบราณบอกว่า "ข้าวกระสอบเดียวกัน สามารถเลี้ยงคนได้มากมาย แต่คนก็ยังมีรูปร่าง หน้าตา ที่ต่างกัน" ดังนั้นคุณต้องใช้คนให้เป็น อย่างเช่นบางคนยิ้มเก่ง แต่ทำบัญชีไม่เป็น คุณก็ควรนำเขามาเป็นพนักงานต้อนรับประมาณนี้

  • ไม่มีประสบการณ์ก็สำเร็จได้
ถ้าคุณรู้จักเทคนิคการใช้คน หรือพูดง่ายๆ ก็คือรู้จักวิธีบริหารคน เอาใจใส่คนของเรา รู้ว่าเขาเหมาะกับงานประเภทไหน ใช้คนให้ถูกงานก็จะทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณใช้คนผิดประเภทของงาน คนที่เขาเก่งๆ อาจจะกลายเป็นคนที่ไม่เอาไหนเลยก็ว่าได้




- คราวนี้เพื่อนๆ คนไหนที่อยากเริ่มทำธุรกิจก็คงไม่ต้องกลัวกันแล้วนะ ว่าฉันไม่เก่งงานนั้น ฉันไม่ชอบงานนี้ แล้วจะทำธุรกิจไม่ได้  ขอเพียงคุณมีเทคนิคการใช้คนก็พอ money7forex เชื่อว่าการทำธุรกิจของคุณต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

แก้ปัญหาเรื่องหนี้สิน

วิธีการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สิน


- บางครั้งการทำธุรกิจก็ต้องเป็นหนี้ ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินจึงเป็นเรื่องสำคัญ การแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แล้วแต่ความคิด ความสามารถของแต่ละคน แต่ถ้าใครยังหาวิธีการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินยังไม่ได้ วันนี้ money7forex ก็มีทางออกง่ายๆ ที่บางครั้งอาจจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น



  • ถ้ายังไม่มีหนี้ ก็อย่าสร้างหนี้
ในการทำธุรกิจไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเป็นหนี้ถึงจะทำได้ ถ้าคุณลองคิด ลองทำ ตามกำลังที่มีแน่นอนว่าคุณจะไม่ต้องกลุ้มใจกับหนี้ อย่าง money7forex จะถือคติว่า "ถ้าไม่มีก็อย่าอยาก" เพราะคำว่าอยากคำนี้แหละ ที่ทำให้เป็นหนี้ และถ้าคุณอยากจะซื้ออะไรสักอย่างให้คุณแน่ใจเสียก่อนว่าคุณมีเงินมากเป็น 2 เท่า ของราคาสิ่งที่คุณต้องการ แล้วการซื้อของคุณก็จะไม่รบกวนสภาพคล่องทางการเงิน

  • อย่างสร้างหนี้เพิ่ม
ถ้าคุณมีหนี้สินมากมายอยู่แล้วก็อย่างหาหนี้เพิ่ม บางคนก็เพิ่มหนี้โดยไม่รู้ตัวเพียงเพราะอยากปิดหนี้สินเก่าให้มันหมด โดยการไปกู้เงินอีกที่หนึ่งมาปิดบัญชีของอีกที่หนึ่งแต่ ลืมคิดไปว่าการทำอย่างนี้จะทำให้หนี้สินของคุณโตขึ้นเป็นเท่าตัว การแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินอย่างนี้จะทำให้การเงินของคุณชอร์ตอย่างแน่นอน

  • คุยกับเจ้าหนี้
วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินได้ดีที่สุด เริ่มต้นเลยคุณต้องมาทำบัญชีเสียก่อนว่าคุณเป็นหนี้เท่าไรกันแน่ และมีเงินจ่ายหนี้ประมาณเท่าไรต่อเดือน แล้วก็ทำใจกล้าๆ ไปคุยกับเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ที่ไหนก็ไม่อยากให้หนี้ศูนย์อยู่แล้ว เขาต้องรับข้อเสนอของคุณเป็นแน่




- แม้การทำธุุรกิจบางครั้งอาจจะทำให้คุณเป็นหนี้สินอยู่บ้าง แต่ขอเพียงคุณแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินให้เป็น ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านไปได้ทั้งนั้น และจำไว้ว่าแม้คุณจะไม่เหลืออะไรแต่สิ่งหนึ่งที่ยังมีอยู่ก็คือ "ลมหายใจ" คุณสามารถจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ได้ ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจอยู่

บัญชีประจำวัน

การทำบัญชีประจำวันแบบง่ายๆ 


 การทำบัญชีประจำวันเพื่อนๆ บางคนอาจจะคิดว่ามันยุ่งยาก แต่การทำบัญชีประจำวันนั้นจะทำให้คุณรู้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บัญชีประจำวันสามารถบอกได้ว่าเงินในกระเป๋าของคุณจะมีพอใช้ถึงสิ้นเดือนหรือ เปล่า ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีรายรับ หรือรายจ่าย เราต้องทำบัญชีเอาไว้ วันนี้ money7forex จะมาบอกถึงเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้การทำบัญชีของคุณเป็นเรื่องสนุก





ทำบัญชีแบบรูปภาพ

บางครั้งการที่เราทำบัญชีแบบตัวเลข อาจจะทำให้คุณเบื่อและไม่อยากทำบัญชีประจำวัน วิธีง่ายๆ ที่ money7forex ทำก็คือ เขียนบัญชีแบบรูปภาพ บัญชีแบบรูปภาพของเราจะประกอบด้วย บัญชีรายรับ และก็บัญชีรายจ่าย

  • บัญชีรายรับ
การทำบัญชีรายรับ หมายถึง รายได้ทุกอย่างที่คุณได้มา ไม่ว่าจะเป็นรายได้เล็กๆ อย่างขายผัก ก็ต้องลงบัญชี เริ่มต้นในการทำบัญชีแบบรูปภาพก็คือ ต้องแยกประเภทของรายรับก่อนว่ามีอะไรบ้าง เช่นมีรายได้จากการขายเสื้อผ้า ก็ให้เพื่อนๆ เขียนเป็นรูปเสื้อและวงเล็บรายได้ลงไป

  • บัญชีรายจ่าย
การทำบัญชีรายจ่ายก็เช่นกัน เราก็ต้องลงทุกรายการที่เราได้ใช้จ่ายไป อย่างเช่นค่าน้ำมัน เราก็จะวาดรูปถังน้ำมันเพิ่มทุกครั้งที่เราเติมน้ำมัน แค่นี้เรามองด้วยตาเปล่าก็จะรู้แล้วว่าเดือนนี้เติมน้ำมันไปกี่ครั้งแล้ว จะได้วางแผนการใช้เงินได้



 ถ้าเพื่อนๆ เบื่อการทำบัญชีประจำวันแบบตัวเลข ก็ลองนำวิธีการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ของ money7forex ไปลองใช้ดูนะ รับรองว่าคุณจะสนุกกับการทำบัญชีประจำวันอย่างแน่นอน

เจ้านายที่ดี

ทำอย่างไรจึงจะเป็นเจ้านายที่ดี

เจ้านายที่ดี

 การทำตัวเป็นเจ้านายที่ดีเขาทำกันอย่างไร คงเป็นคำถามของหลายๆ คน เจ้านายที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นนักบุญที่มีแต่ให้ (โดยไร้เหตุผล)  หรือต้องจ่ายค่าจ้างแพงๆ ถึงจะเป็นเจ้านายที่ดีได้ วันนี้ money7forex จะมาพูดถึงเรื่อง "เจ้านายที่ดี" ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจหรือคิดจะเริ่มทำธุรกิจคุณควรจะศึกษาการเป็นเจ้านายที่ดีก่อนนะ อะไรบ้างที่ทำให้คุณเป็นเจ้านายที่ดีมาดูกันเลย



  • รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
ถ้าคุณอยากเป็นเจ้านายที่ดี สิ่งแรกเลยที่คุณควรมีก็คือการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ว่าจะความคิดเห็นของเลขา หรือความคิดเห็นของคนสวน เพราะแต่ละคนจะมีความคิดที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจจะทำให้คุณมีไอเดียดีๆ ก็ได้

  • มีเหตุผล
เมื่อเรารับฟังความคิดเห็นของทุกคนแล้ว ต่อจากนั้นเราต้องเอาความคิดเห็นของแต่ละคนมาพินิจพิเคราะห์ว่ามันสามารถ เป็นไปได้หรือเปล่า เพราะการที่เรารับฟังอย่างเดียวโดยไม่มีเหตุผล คนก็จะกลายเป็น คนหูเบา ในสายตาของลูกน้อง


  • เป็นนักคิดมากว่านักพูด
การพูดของเจ้านายที่ดี ต้องผ่านการคิดมาอย่างรอบครอบแล้ว คำพูดนั้นจะต้องมีเหตุและมีผลเสมอไม่ใช่มาจากอารมณ์ หรือความรู้สึก แต่ถ้าคุณเป็นเจ้านายแบบนักพูดคุณจะไม่สามารถรับผิดชอบกับคำพูดของคุณได้เลย เพราะมันมาจากอารมณ์ทั้งสิ้น




- นี้เป็นคุณสมบัติของเจ้านายที่ดีเขามีกัน ถ้าเพื่อนๆ อยากเป็นเจ้านายที่ดีในความรู้สึกของลูกน้อง ก็อย่าลืมนำไปใช้ดูนะ money7forex เชื่อว่าถ้าคุณเป็นเจ้านายที่ดีได้ ลูกน้องของคุณก็คงไม่หนีไปไหนอย่างแน่นอน

ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทอง

การทำธุรกิจทุกอย่างคุณต้องรู้โอกาสทองของธุรกิจนั้น



money7forex วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาเรียนรู้แง่คิดการทำธุรกิจกัน "ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทอง" แน่ นอนว่าก่อนที่คุณจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง คุณต้องรู้กลุ่มลูกค้า และคุณต้องรู้โอกาศทองของธุรกิจคุณเอง เพราะยิ่งคุณรู้โอกาสทองของธุรกิจดีเท่าไร ก็หมายถึงความสำเร็จจะมากขึ้นตามไปด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่า ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทองคืออะไร



  • ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทอง อย่างแรกเลยก็คือคุณต้องรู้ความต้องการของลูกค้าเสียก่อน เพราะถ้าคุณไม่รู้ความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี ต่อให้ทำธุรกิจอะไรก็คงสำเร็จได้ยาก ดังนั้นก่อนทำธุรกิจต้องศึกษาธุรกิจนั้นให้ทะลุปรุโปร่งเสียก่อน



ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทอง ข้อที่ 2 ก็คือ ขายสินค้าที่แปลกใหม่ และมีความต้องการสูง อย่าง เช่น เปิดร้านขายลาบ ก้อย คอหมูย่าง ใกล้กับร้านขายเหล้า  อันนี้ยกตัวอย่างให้ฟังนะ เพราะร้านขายเหล้าอย่างเดียว ลูกค้าก็มีความต้องการกับแกล้ม ดังนั้นถ้าขายกับแกล้ม อย่างไรก็ขายได้อย่างแน่นอน



  • ทำธุรกิจต้องรู้โอกาสทอง อีกข้อหนึ่งก็คือ คุณต้องรู้จักคิด คิดให้มาก อย่าง เช่น วันนี้มีงานรับปริญญา คุณก็อาจจะขายช่อดอกไม้ หรือตุ๊กตา หน้ามหาลัย หรือถ้ามีงานกีฬาที่มีคนเยอะๆ คุณก็อาจจะขายลูกชิ้น หรือน้ำอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการทำธุรกิจที่รู้โอกาสทอง




ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ ทำธุรกิจแล้วรู้โอกาสทอง คุณจะประสบความสำเร็จแน่นอน พยายามใช้ความคิดให้มาก เพราะคนฉลาด กับคนโง่ นั้นแตกต่างกันที่ความคิดนี้แหละ

วางเป้าหมายให้ชีวิต

การวางเป้าหมายให้กับชีวิต


money7forex เราได้ พูดถึงเรื่องของธุรกิจมามากมาย และวันนี้เราจะพูดถึงเรื่องการวางเป้าหมายให้ชีวิตกันบ้าง เพื่อนๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า การวางเป้าหมายให้ชีวิต มันเกี่ยวอะไรกับการทำธุรกิจ  จริงๆ แล้วต้องบอกว่าการวางเป้าหมายให้ชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจก็คงไม่ผิด เพราะเจ้าเป้าหมา่ยในชีวิตนี้แหละ มันเป็นแรงผลักดันให้กับคุณอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว




  • จุดเริ่มต้นในการวางเป้าหมายให้กับชีวิต ขั้นแรกเลยให้คุณลองคิดดูว่า สิ่งที่คุณอยากได้ในชีวิตมีอะไรบ้าง อย่างเช่นอยากได้บ้านหรูๆ สักหลัง รถสวยๆ สักคัน หรืออะไรที่ในใจคุณคิดอยู่  (ให้คุณลองคิดอย่างอิสระนะ)


จากนั้นเราก็จะตอกย้ำเป้าหมายในชีวิตอีกครั้งด้วยการ "ระบุเวลา"ลงไป อย่าง เช่นตอนนี้อายุ 20 ปี อีก 10 ปีข้างหน้า ฉันจะต้องมีอสังหาริมทรัพย์ดีๆ สักที อย่างนี้เป็นต้น แล้วคุณลองวางเป้าหมายและระบุเวลากับทุกสิ่งที่เขียนขึ้นมา


  • และขั้นสุดท้ายแต่สำคัญที่สุดก็คือ หน ทางในการไปถึงเป้าหมายของชีวิต  คุณลองเขียนรายรับ รายจ่าย ของคุณดู ตั้งแต่เิริ่มทำงาน แล้วคุณจะรู้ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นจริงได้ใหม ถ้าดูบัญชีแล้วยังห่างไกลกับความเป็นจริง คุณต้องหาทางใหม่ที่จะทำให้สำเร็จเป้าหมายนั้น




money7forex ก็เป็นคนหนึ่งนะ ที่มีเป้าหมายอย่างชัดเจน มีการวางเป้าหมายให้ชีวิต เพราะเป้าหมายนี้มันเป็นแรงผลักดันให้เราทำธุรกิจให้สำเร็จ เพื่อนๆ ก็ลองวางเป้าหมายให้ชีวิตดูนะ แล้วคุณจะรู้ว่าเป้าหมายนี้มันเหมือนเข็มทิศค่อยชี้นำชีวิตให้สำเร็จ

อยากรวย ต้องประหยัด

อยากรวย ต้องประหยัด

- วันนี้ money7forex จะ นำแนวคิดแบบเศรษฐีชาวตะวันตกมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ และรองศึกษากันดูนะ เพราะพวกเขาจะกินใช้น้อยกว่าที่หามาได้มากนัก หรือที่เราเรียกกันว่า "ประหยัด" นั้นเอง แล้วการประหยัดของพวกเขาเขาทำกันอย่างไรกันบ้าง เรารองมาดูกันนะ (money7forex ก็ใช้วิธีนี้ในการสร้างฐานะเช่นกัน)


คนส่วนใหญ่มักจะวัดความร่ำรวยกันด้วย เหตุผลโง่ๆ เช่น
  • บ้านหลังใหญ่ราคาเป็นล้าน และอยู่ในโครงการหรู่
  • รถยนต์คันใหม่ป้ายแดง และต้องเป็นยี่ห้อที่ไฮโซ (ต้องผ่อน)
  • เสื้อผ้าเครื่องประดับ ต้องแบรนด์ดังจากต่างประเทศ
  • กินอาหารต้องอย่างดี ราคาแพง ร้านหรู
  • ถ้าอยากท่องเที่ยวและช๊อปปิ้ง ต้องต่างประเทศเท่านั้น
อยากรวย ต้องประหยัด

  แต่จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตที่โก้หรูแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย คนที่เป็นเศรษฐีมักไม่ทำกัน เพราะการใช้เงินแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนจนที่อยากให้คนอื่นเห็นว่ารวยเท่านั้น และเมื่อคุณทุมเทเวลาและเงินทองให้กับเปลือกนอกของคุณ สิ่งที่จะตามมาคืออะไรรู้ไหม ถ้าไม่รู้ money7forex จะบอกให้ นั้นคือ การเป็นหนี้, เงินไม่พอใช้, และมีนิสัยที่จมไม่ลง
  • พวกเศรษฐีจะยึดถือ ความประหยัด เป็นเรื่องสำคัญเพราะ ความประหยัดเป็นหัวใจในการสร้างฐานะเป็นอย่างยิ่ง การที่พวกเขาจะใช้จ่ายในสิ่งใดก็ตาม ต้องมีผลประโยชน์และมีเหตุผลเสมอ มีคนให้คำจำกัดความของความประหยัด ไว้ในพจนานุกรมของ เว็บสเตอร์ ว่า "เป็นพฤติกรรมี่สะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่า"
ดังนั้น money7forex จึงอยากถามเพื่อนๆ ทุกคนว่า
  • คุณจะมีบ้านหลังใหญ่ไปทำไม ถ้าคุณใช้ทุกห้องพร้อมกันไม่ได้
  • คุณจะมีรถหรูราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายรถอะไรก็สามารถขับถึงจุดหมายได้เหมือนกัน
  • คุณจะใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายก็แค่ประดับและปกปิดร่างกายเท่านั้น
  • คุณจะกินอาหารราคาแพงไปทำไม เพราะสุดท้ายก็แค่อิ่มจริงไหม


money7forex อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านและนำไปคิดดูนะว่า "คุณกำลังสร้างเปลือกนอกให้ดูรวย หรือสร้างฐานะให้ร่ำรวยจริงๆ "

Forex คืออะไร

ก่อนที่เราจะรู้ว่า Forex สามารถทำรายได้ ได้อย่างไร เราควรรู้ก่อนว่า Forex คืออะไร Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange บางครั้งเรียกย่อว่า FX คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
Forex Market หรือ ตลาด Forex เป็น ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากกว่า US$ 2 trillion (2 ล้านล้านดอลลาร์) ต่อวัน เป็นตลาดการเงิน ที่มีสภาพคล่องสูงมาก ตลาดเปิดทำการซื้อขาย 24 ชั่วโมง ตลอดวันทำการ โดยหยุดการซื้อขาย แค่วัน เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น การซื้อขายใน ตลาด Forex เป็น การซื้อขายค่าเงิน โดยซื้อเงินสกุลหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็ขายเงินอีกสกุลหนึ่งออกไป หรือเป็นการจับคู่แลกเปลี่ยน ซื้อขายค่าสกุลเงินนั่นเอง ตัวอย่างเช่น เงินสกุลยูโร/ดอลลาร์สหรัฐฯ (EUR/USD) หรือ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น (USD/JPY) เป็นต้น

แต่การที่เราจะเล่น
Forex เรา จะต้องเล่นผ่าน โปรเกอร์ทางอินเตอร์เน็ต และในที่นี้โปรเกอร์ที่แนะนำก็คือ Marketiva ทำไมถึงต้องเป็น Marketiva เพราะสมัครฟรี เมื่อแรกเข้าเราจะได้ 5 เหรียญเป็นเงินจริง ๆ นะ เขาให้ไว้เพื่อลองเล่น (แต่บางคนสามารถทำ 5 เหรียญ ให้เป็น 10,000 เหรียญ ได้นะ) และมีอีก 10000 เหรียญ ที่เป็นเงินปลอมไว้ให้หัดเล่น (เล่นเงินปลอมให้ชำนาญก่อนนะ)

เรามาดูการสมัคร Market เพื่อเข้าไปเล่น Forex

- คลิกที่ Forex แล้วกดที่ Open Account (และการสมัคร จะใช้ได้ 1 Account ต่อ เครื่อง ต่อ 1 คน เท่านั้นนะ )

2. กรอกข้อมูลต่างๆ ดังภาพ ( ทุกช่องที่มี * และเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)
3. เลือกคำถามช่วยจำ และ คำตอบ (ดังภาพ) กด Next
4. คลิ๊กทำเครื่องหมายดังภาพ แล้วกด Finish
5. Download และติดตั้งโปรแกรม Streamster ลงบนคอมพิวเตอร์
เพียงเท่านี้คุณก็จะได้บัญชีเทรดค่าเงิน ของ MarKetiva Forex ในบัญชีคุณจะได้รับเงิน $5 เป็นเงินเทรดจริง และเงินปลอมอีก $10000 เพื่อเอาไว้ลองเล่นให้ชำนาญ

แลัวต่อไปเราจะมาพูดถึง การยืนยันตัวตนต่อ MarKetiva Forex

การยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex

การยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex
เมื่อเราสมัครเสร็จแลัว หรือลองเทรดเงินปลอมจนคิดว่าชำนาญแล้ว เราก็ต้องแสดงการยืนยันตัวตนของเราเพราะเราต้องรับเงิน - ส่งเงิืนเข้าเล่น การที่จะยืนยันตัวตนกับ Marketiva Forex มีวิธีการทำดังนี้
เรากดที่ account center แลัวกดที่ Services และกด Identify Yourself หลักฐานที่ต้องส่งคือ
- หนังสือเดินทาง หรือถ้าไม่มีก็ใช้ การสแกนบัตรประชาชน ก็ได้เช่นกัน ไม่ต้องแปลอังกฤษเทียบก็ได้ แต่ต้องทำเป็นไฟล์ .jpg นะ แล้วขนาดต้องไม่เกิน 100KB
- อีกอย่างที่ต้องส่งไปก็คือ บิลอะไรก็ได้ ที่มีชื่อเราอยู่บนนั้น เช่น บิลค่าน้ำ - ค่าไฟฟ้า แต่ต้องทำเป็นไฟล์ .jpg นะ แล้วขนาดต้องไม่เกิน 100KB (แลัวจะอธิบาย การโอนเงินเข้า - กดเบิกเงินออกในตอนต่อไปนะ)

ขั้นตอนการยืนยันตัวตน
กดที่ account center




- เลือก Identify Yourself


- ใส่ ภาพลงในหัวข้อทั้ง 2 โดยมีขนาดไม่เกิน 100 K และต้องเป็น JPEG FORMAT เท่านั้น แล้วคลิ๊กที่ Upload (สีแดงด้านบน คือ การ Log Off)
- รอเวลา 1 - 2 วัน ถ้าผ่านการตรวจสอบแล้ว



หลังจากที่เราได้รับการตอบกลับแล้ว เราก็สามารถ โอนเงินหรือเบิกเงินได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เวป fxfriend.com - http://forexeasy.makewebeasy.com

รายละเอียด Marketiva Forex

วันนี้เราจะมารู้จักกับตลาด Forex ให้มากขึ้น
ช่วงเวลาทำการของตลาด?

ตลาดForex นั้นมีหลายแห่งในโลก มีเวลาการเปิดปิดที่คาบเกี่ยวกัน ทำให้เราสามารถลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ โดยตลาดต่างๆ มีเวลาเปิดปิดดังนี้
ตามเวลาประเทศไทย ตลาดจะเปิดทำการตั้งแต่เวลาตี 4 ของเช้าวันจันทร์ และปิดตี 4 ของเช้าวันเสาร์ (รวม 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
ตลาด USD = US Dollar เปิดเวลา 19.00 น. ถึงตี 3
ตลาด GBP = British Pound เปิดเวลา 14.00 - 22.00 น.
ตลาด EUR = Euro เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.
ตลาด CHF = Swiss Franc เปิดเวลา 13.00 - 21.00 น.
ตลาด JPY = Japanese Yen เปิดเวลา 7.00 - 14.00 น.
ตลาด AUD = Australian Dollar เปิดเวลา 5.00 - 13.00 น.

สิ่งที่ควรรู้ ในการเล่นหุ้น

1. Forex แล้วได้เงินจริงหรือเปล่า ?
: ได้จริงและเสียจริง อยู่ที่ว่าคุณทำได้หรือเปล่า มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณต้องขยันศึกษาหาความรู้ หาเทคนิคในการทำกำไร มีหลายคนทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทำเป็นอาชีพหลักได้เลย อยู่ที่การฝึกฝนค่ะ เหมือนเป็นอาชีพหนึ่งถ้าคุณตั้งใจ การเล่น Forex จะคล้ายๆ การเล่นหุ้น แต่เป็นการซื้อขายค่าเงินระหว่างคู่เงินแทน เป็นการเก็งกำไรจากค่าเงิน ตลาดเงินจะคล่องตัวกว่าตลาดหุ้นมาก ใน Marketiva จะมีเงินปลอมให้ทดลองเทรด ควรศึก ษาให้เข้าใจก่อน แล้วจึงเล่นด้วยเงินจริงค่ะ ขยันศึกษา+ฝึกฝน+มีระเบียบวินัย+การบริหารความเสี่ยง จะทำให้ประสบความสำเร็จใน Forex ได้ค่ะ

2. ฝากเงินเข้ายังไง ?
: การฝากเงินเข้าบัญชี Marketiva เพื่อเทรด ที่สะดวกคือใช้ระบบ e-currency เมื่อก่อนจะใช้ e-gold ซึ่งหากท่านเคยทำพวกโปรแกรมคลิกเมลมาคงจะรู้จักดี แต่ปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาบางอย่างของ e-gold ทำให้ Marketiva ยกเลิกการฝากเงินเข้าด้วย e-gold ชั่วคราว แต่ก็มีบางครั้งที่สามารถฝากเข้าได้ แต่ตอนนี้ ที่สะดวกที่สุดคือใช้ e-bullion ซึ่งเป็นระบบ e-currency อีกตัวหนึ่ง และตอนนี้เว็บตลาดทอง เลิกซื้อขาย e-Gold แล้ว แต่เปลี่ยนมา ซื้อขาย e-bullion แทนเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ การฝากเงินเข้าตอนนี้ด้วย e-bullion จะสะดวกที่สุด

3. เห็นตามเว็บต่างๆ บอกสมัครแล้วได้ ฟรี $5 ทำไมได้แค่ $2.5 ?
: เมื่อก่อนสมัครแล้วจะได้ $5 สำหรับเทรด Forex ทันที แต่ช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมา ทาง Marketiva มีการเพิ่ม Fund Rates (เทรดแบบกองทุน) เข้ามา (ดูจาก tab ด้านซ้ายบนของหน้าจอเทรด) จึงแบ่งเงินฟรีของเราออกเป็น Live Forex $2.5 + Live Fund $2.5
เราสามารถโอนจาก Live Fund มารวมใน Live Forex
- วิธีการโอน
1.คลิกที่ Account Center 2.คลิกที่ Transfer funds 3.From Desk: Live Fund และ To Desk: Live Forex ตรงช่อง Amount ใส่ 2.5 แล้วคลิกปุ่ม Transfer แค่นี้เราก็จะมี $5 สำหรับเทรด Forex ค่ะ

4. Margin คืออะไร?
: คือวงเงินของเรา จะมี Available Margin= วงเงินคงเหลือที่ใช้ซื้อขายได้, Used Margin= วงเงินที่เราใช้ไป
สูตร -> Available Margin = เงินในบัญชี - Used Margin + Profit
เมื่อเริ่มต้นเรามีเงินฟรี $5 ยังไม่ได้เทรด Used Margin เป็น 0 เราก็จะมี Available Margin=5.0 ถ้าเราทำการเทรดซื้อ EUR/USD ไป $1 จะเกิด Used Margin=1.0 และเหลือ Available Margin เกือบ 4.0 (เนื่องจากถูกหักค่า Spread 2 pips เป็นค่าติดลบใน Profit) ถ้าราคาขึ้นไปจนเราได้กำไร +10 point เราจะได้ Profit=0.1 ค่า Available Margin จะเพิ่มเป็น 4.1 point ถ้าราคา + ขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้ Available Margin เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ในทางกลับกัน ถ้าเราขาดทุน ค่า Profit จะติด - และ Available Margin เราจะลดลงแทน หากเราไม่ตัดขาดทุนจะลดลงไปเรื่อยๆ จน Margin เกือบหมดเราจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ เรียกว่า Margin Call โดนไปทีแทบไม่เหลืออะไรเลย จึงควรรักษา Margin ไว้ให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ

5. Pips หรือ Points คืออะไร?
: Pip (Price Interest Point) หรือ Point (จุด) คือ ค่าต่ำสุดของราคา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็คือจุดทศนิยมหลักสุดท้ายของราคานั่นเอง เช่น EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.3630 เมื่อราคาขึ้นไปเป็น 1.3631 หรือ USD/JPY ราคาอยู่ที่ 115.70 ขึ้นไปเป็น 115.71 ก็คือขึ้นไป 1 Pip หรือ 1 point

6. Long และ Short คืออะไร?
: Long คือ ซื้อไว้แล้วขาย หลักคือเราต้องซื้อไว้ที่ราคาถูกแล้วไปขายที่ราคาแพงกว่า เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่าง ตอนเราเปิด Long ก็คือ ส่งคำสั่งซื้อ หรือ Send Buy Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Long Position ขึ้น
:Short คือ ขายออกแล้วซื้อกลับ หลักคือเราขายออกไปก่อนที่ราคาสูง แล้วไปซื้อกลับคืนเมื่อราคาต่ำกว่า เราก็จะได้กำไรที่ส่วนต่าง ตอนเราเปิด Short ก็คือ ส่งคำสั่งขาย หรือ Send Sell Order ไปที่ Marketiva และจะเกิด Short Position ขึ้น
ตลาด Forex จะต่างจากตลาดหุ้น คือสามารถเทรดได้ทั้งสองทาง ทั้งซื้อและขาย เล่นได้ทั้ง ขาขึ้น และขาลง ตลาดหุ้นซื้อได้อย่างเดียว เล่นได้แต่ขาขึ้น ถ้าเป็นขาลงต้องนอนรออย่างเดียว

7. Stop-Loss (SL) คืออะไร?
: Stop Loss ปกติจะเห็นในห้องแชทพิมพ์ว่า SL (sl) คือจุดที่เรายอมขาดทุน ตรงข้ามกับ TP
- Buy (Long) Order ค่า Stop Loss จะตั้งไว้ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ ถ้าราคาลดลงไปถึงจุดที่กำหนด จะถูกปิดออเดอร์ทันที เพื่อตัดขาดทุน เช่น เราซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.3630 เรายอมขาดทุนได้ 30 จุด ก็ตั้ง SL ไว้ที่ 1.3600 ถ้าราคาไม่ขึ้นตามที่เราตั้งใจแต่กลับลดลงมาถึง 1.3600 เราก็จะขาดทุนเพียง 30 จุด ถ้าเราไม่ตัดขาดทุน ราคาอาจจะลดลงไปมากกว่านี้เยอะ
- Sell (Short) Order จะตั้ง Stop Loss ไว้สูงกว่าราคาที่เราเปิด Sell ถ้าราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดโดยอัตโนมัติ

8.Target (Take Profit/TP) คืออะไร?
: Target หรือ TP (Take Profit) คือเป้าหมายกำไรที่เราต้องการ ตรงข้ามกับ SL
- Buy (Long) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับขึ้น เราอาจใช้แนวต้าน เป็นเป้าหมายทำกำไร เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดนั้น จะถูกขายออกโดยอัตโนมัติ
- Sell (Short) Order เราจะได้กำไรเมื่อราคาปรับลดลง เราอาจใช้แนวรับเป็นเป้าหมาย เมื่อราคาลงไปถึงจุดนั้น จะถูกปิดออเดอร์ โดยอัตโนมัติ

9.การตั้งซื้อขายแบบ Limit / Stop คืออะไร?
: เป็นการตั้งซื้อขายไว้ล่วงหน้า หรือ Pending Order จะยังไม่มี Position เกิดขึ้น
Limit Order ใช้ตั้ง ซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน ตัวอย่างถ้าตอนนี้ EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.2953/55 ถ้าเราคิดว่ามันเป็นเทรนขาขึ้น และราคาแพงเกินไป เราอยากซื้อราคาต่ำกว่านี้แต่ไม่ว่างนั่งดู เราอาจตั้ง Buy Limit Order ไว้ที่ราคา 1.2945 ถ้าราคาลดลงมาถึงจุดก็จะถูกซื้อโดยอัตโนมัติ และเมื่อราคาขึ้นไปตามคาด เราก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นถึง 10 จุด สำหรับ Sell Limit ก็กลับกัน
Stop Order คือ ตั้งซื้อที่ราคาสูงกว่าราคาปัจจุบัน หรือ ตั้งขายที่ราคาต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อเราไม่ว่างนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าจอเทรด และใช้สำหรับจับเทรน ตัวอย่าง EUR/USD ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.2953/55 เราคิดว่าถ้าราคาผ่านแนวต้านที่ 1.2963/65 ขึ้นไป (Breakout) แล้วน่าจะขึ้นไปต่อ เราอาจตั้ง Buy Stop Order ไว้ที่ 1.2970 เมื่อราคาทะลุขึ้นไปก็จะซื้อให้อัตโนมัติ สำหรับ Sell Stop ก็กลับกันค่ะ ถ้าคิดว่าจะหลุดแนวรับเราก็ตั้ง Sell Stop Order ไว้ใต้แนวรับ

10.เวลาเปิดให้เทรดได้เวลาไหน และปิดเวลาใด?
: ตลาดเปิดให้เทรดเวลา 4.00 เช้าวันจันทร์ ไปจนถึงปิดเวลา 4.00 น. เช้าวันเสาร์ สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

11.เปิดซื้อขายทิ้งไว้ แล้วออกโปรแกรมไป หรือไฟดับ จะเป็นอะไรไหม?
: ไม่เป็นไรค่ะ ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ทางโบรกเกอร์ เมื่อเรากลับเข้ามาอีกที อาจจะ + เป็น 100 หรือ - เป็น 100 ก็ได้ตามราคาตลาดในตอนนั้น หรือแม้แต่เปิดทิ้งไว้จนถึงปิดตลาดเช้าวันเสาร์ พอวันจันทร์ตลาดเปิด ก็ยัง + - ไปตามราคาตลาดต่อไป จนกว่าเราจะสั่งปิดเอง หรือ ราคาชน Target หรือ ราคาชน Stop-Loss หรือ ถูก Margin Call เพราะ margin หมด

12.Spread (2/3 pips) คืออะไร?
: ที่เห็น 2 pips หรือ 3 pips for EUR/USD เป็นผลต่างระหว่าง ราคาซื้อ (Bid) กับราคาขาย (Offer) ค่ะ ตอนที่เราซื้อเราจะซื้อที่ราคาขาย (Offer บางโบรกเกอร์ เรียกว่า Ask) พอจะขายก็ต้องขายที่ราคาซื้อ (Bid) นะค่ะ ยกตัวอย่าง ร้านทองก็มี ราคาซื้อ-ราคาขาย ติดไว้ที่หน้าร้าน เวลาคุณจะไปซื้อทอง ก็ต้องซื้อที่ราคาขาย (Offer) พอจะขายคืนก็ต้องขายให้ที่ราคาที่เค้ารับซื้อ (ฺBid) ถ้าซื้อแล้วขายเลยก็ขาดทุนแน่ๆ ค่ะ เพราะราคารับซื้อเค้าจะต่ำกว่าราคาขาย ใน Forex ก็คล้ายๆกัน จะเห็นว่าพอเราเปิดซื้อขายมาออเดอร์นึง จะลบทันที 2 จุด (pips) สำหรับ EUR/USD ใน Marketiva เหมือนเป็นค่าต๋งนะแหละค่ะ ยังไงเปิดมาก็ต้องลบ EUR/USD ปกติจะมี Spread ต่ำสุด แล้วแต่ว่าแต่ละโบรกเกอร์จะกำหนดเท่าไหร่ค่ะ บางโบรกเกอร์ก็ 3 pips สำหรับตัวอื่นค่า Spread ส่วนมากก็จะมากกว่านี้ค่ะ เช่น GBP/USD 4 pips หรือตัวที่วิ่งเยอะๆ เช่น GBP/JPY ถึง 8 pips เปิดมา -8 ทันทีเลยค่ะ

13. Leverage (ที่เห็น 1:100, 1:200) คืออะไร?
: Lever แปลว่า คาน Leverage แปลตรงตัว = กำลังคาน ค่ะ
สำหรับใน Forex ค่า Leverage เป็นตัวช่วยเวลาเราลงทุนค่ะ เป็นการให้ Margin เราเพิ่มตอนเทรด ยกตัวอย่าง ถ้าเราจะเทรด 100 หน่วยของ USD/JPY เราต้องใช้เงินถึง $100 ดอลลาร์ (Leverage 1:1) ถ้าโบรกเกอร์ให้ Leverage เรา 1:100 ก็คือ เราใช้เงินลงทุนเพียง $100/100=$1 หรือใช้เงินเพียง 1 ดอลลาร์เท่านั้น
แล้วมีผลยังไง? 1:100 เราลงทุน 1$ เหมือนลงทุนไป 100$ ทำให้เราได้กำไร (หรือขาดทุน) เพิ่มขึ้นด้วยเงินเพียงนิดเดียว ถ้า Leverage มากขึ้น ก็ยิ่ง กำไรขาดทุนมากขึ้นไปอีกค่ะ ที่เงินลงทุนเท่ากัน ยิ่ง Leverage เยอะเวลา - ยิ่งขาดทุนเยอะนะค่ะ ต้องระวังไว้ด้วย
ในโบรกเกอร์จะมีการกำหนด Leverage ที่ต่างกันแล้วแต่ทางโบรกเกอร์เค้าค่ะ 1:100, 1:200 หรือ บางโบรกเกอร์ 1:500 ก็มี สำหรับ Marketiva จะมีค่า 1:100 ครับ ถ้าเราซื้อ EUR/USD $1 ถ้าราคาขึ้นไป 10 จุดแล้วขาย เราก็จะได้กำไร $0.1 ถ้าไม่มีค่า Leverage หรือเป็น 1:1 เราจะได้กำไรเพียง $0.001 เท่านั้น

14. ทำไมเปิดซื้อขายไม่ได้ ข้อควรระวังในการเปิดซื้อขายบ่อยๆ บวกนิดหน่อยปิดที่ Marketiva?
:.เทรดสั้นๆ (น้อยกว่า 5 นาที) เกิน 10 ครั้งใน 4 ชั่วโมง หรือ 50 ครั้งใน 7 วัน
เทรดรวม (ทั้งเทรดสั้นและเทรดปกติ) รวม 200 ครั้ง ใน 7 วัน
คุณจะถูกระงับการเทรดชั่วคราว ไม่สามารถเปิดซื้อขายได้ ทั้งนี้ นับรวมทั้ง เทรดด้วยเงินจริง (Live Forex) และ เงินปลอม (Virtual Forex) นะค่ะ ระวังจุดนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นเราจะเปิดซื้อขายไม่ได้ เท่าที่เคยถามซัพพอร์ตไป ต้องรอ 1-7 วัน จึงจะเทรดได้อีกค่ะ

การวิเคราะห์ก่อนเทรด

ก่อนที่เราจะลงมือเทรดค่าเงินนั้น เราควรมีการวิเคราะห์ เพราะ Forex ไม่ ใช้การพนันจึงเล่นตามอารมณ์ไม่ได้ ถ้าเราเล่นตามอารมณ์ มันก็เหมือน เทน้ำลงบนทราย เราเทน้ำเท่าไรหรือลงทุนเท่าไรก็หายหมด ดั้งนั้นเราควรเล่นเงินปลอมให้ชำนาญก่อนนะ อย่าใจร้อน



การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ชนิด

- ซึ่งคุณสามารถใช้เมื่อเข้าถึง forex การวิเคราะห์มูลฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค มักจะมีการถกเถียงกันอยู่เสมอว่า การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า, แต่ ตามความจริงแล้ว เราจำเป็นต้องรู้ทั้งสองบ้างเล็กๆน้อย ดังนั้น มาดูเป็นอย่างเป็นอย่างไป จากนั้นจะได้นำมาใช้ร่วมกันได้



1.การวิเคราะห์มูลฐาน

คือวิธีดูตลาดผ่านปัจจัยอิทธิพล ทางเศรษฐกิจ, สังคม และการเมืองที่มีผลกระทบต่อ ปริมาณและความต้องการ อุปสงค์/อุปทาน กล่าวอีกอย่างหนึ่ง คือ คุณดูว่าเศรษฐกิจของใครกำลังไปได้ดี, และของใครกำลังแย่ แนวความคิดเบื้องหลังการวิเคราะห์ชนิดนี้ก็คือ เศรษฐกิจของใครก็ตามที่กำลังดี เงินตราของเขาก็ต้องดีด้วยเช่นกัน นี้เพราะว่า ยิ่งเศรษฐกิจของประเทศดี ประเทศอื่นๆยิ่งมีความเชื่อมั้นมากในเงินตรานั้น เป็นต้นว่า, ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะ เศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแรง ถ้าอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาสูงขึ้นเรื่อยๆ ค่าของเงินดอลล่าก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และนี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่าการวิเคราะห์มูลฐาน ในหลักสูตร ภายหลัง เราจะได้เรียนว่าเหตุการณ์ข่าวประเภทไหนกัน ที่ผลักดันค่าเงินตราได้มากที่สุด ตอนนี้ให้รู้แค่ว่าการวิเคราะห์มูลฐานของ forex คือ วิธีวิเคราะห์เงินตราผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ

2.การวิเคราะห์เชิงเทคนิค

คือ การศึกษาของการเคลื่อนไหวของราคา
คือ วิเคราะห์ทางเทคนิค = วิเคราะห์กราฟ (chart) แนวความคิดนี้ ก็คือเราสามารถดูประวัติการเคลื่อนไหวของราคา และอาศัยการขยับตัวของราคา ตัดสินคาดได้ในระดับหนึ่งว่าราคาจะไปที่จุดไหน โดยดูที่กราฟ คุณสามารถระบุแนวโน้ม และรูปแบบ ที่สามารถช่วยให้เห็นโอกาสดีในการชื้อขาย สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้เรียนรู้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ แนวโน้ม! คนจำนวนมากมีคำพูดอยู่ว่า แนวโน้ม คือ เพื่อนของคุณ . เหตุผลคือ คุณอาจทำเงินได้มากกว่า เมื่อคุณสามารถค้นพบ แนวโน้ม แล้วซื้อขายในทิศทางเดียวกัน การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถช่วยคุณระบุแนวโน้มเหล่านี้ในขั้นต้นๆ ของมัน และเพราะฉะนั้น(ผมเพิ่งพูดว่าเพราะฉะนั้นใช่ไหม )จึงช่วยให้ คุณได้โอกาสซื้อขายทำกำไรมาก

ดังนั้น การวิเคราะห์แบบไหนดีกว่า?
คำตอบ คือ ไม่ใช่แบบใด ทั้งนั้น คุณต้องการการวิเคราะห์ทั้งสองชนิดที่จะเป็นนักค้าที่สมบูรณ์ นี้ คือ ตัวอย่างของการโฟกัสใช้การวิเคราะห์เพียงชนิดเดียวที่นำไปสู่ความหายนะ

สมมุติว่าคุณดูที่กราฟของคุณ และ คุณเห็นโอกาสดีที่จะซื้อขาย คุณรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก คิดอยู่ว่เม็ดเงินกำลังจะตกลงจากท้องฟ้าแล้ว(เหมือนกับฝน) คุณพูดกับตัวคุณเอง "โห..เราไม่เคยเห็นโอกาสซื้อขายที่สุดยอดขนาดนี้มาก่อน เจ้ากราฟคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา" จากนั้น คุณก็ดำเนินการเข้าซื้อขายด้วยรอยยิ้มด้วยความมั่นใจ. แต่เดี่ยวก่อน .. ทันทีทันใด ราคาซื้อขายก็ขยับวูบไปถึง 30 จุด ในทิศทางตรงกันข้าม ! คุณรู้น้อยไปหน่อยว่า อัตราดอกเบี้ยได้ลดลงไปแล้วสำหรับเงินตราของคุณ และขณะนี้ทุกๆคนกำลังซื้อขายในทิศทางตรงกันข้าม
คุณเพิ่งสูญเสียเงินไปหนึ่งก้อน ทั้งหมดนี้เพราะ คุณเพิกเฉยโดยสิ้นเชิงต่อการวิเคราะห์มูลฐาน


สรุป

-การวิเคราะห์มีอยู่ 2 ประเภท : เชิงมูลฐาน และทางเทคนิค
-การวิเคราะห์มูลฐาน คือการวิเคราะห์ตลาดผ่านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ( ตัวอย่างเช่น ดอลลาร์แข็งขึ้นเพราะเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแข็งแกร่งขึ้น หรือ การเปลี่ยนผู้นำ)
-การวิเคราะห์ทางเทคนิค คือการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิค = กราฟ
-การวิเคราะห์ทางเทคนิคยังช่วยระบุแนวโน้มที่สามารถช่วยเราค้นพบโอกาสทำกำไรในการซื้อขาย
-เพื่อเป็นนักค้าที่สมบูรณ์, คุณต้องประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ทั้งสองร่วมกัน

เทคนิคลงทุนระยะสั้น

เทคนิคลงทุนระยะสั้น


  • 1. สำหรับท่านที่ เล่นระยะสั้น ให้ท่าน ลงวินโดว์ 2 ตัว ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน  เพราะเงื่อนไข การใช้บริการโบรกเกอร์นั้น การส่งคำสั่ง ซื้อขาย คิดเป็น 1 ครั้ง และใน 1 เดือนส่งคำสั่ง ซื้อขาย ต้องไม่เกิน 200 ครั้ง ยิ่งเล่นสั้น 200 ครั้ง ไม่พอค่ะ เราต้อง เปิด การใช้บริการ 2 ชื่อค่ะ ชื่อละ 1 วินโดว์  สำหรับการถอนเงินออก โบรกเกอร์ไม่จำกัดการเอาออกค่ะ เพราะเป็นเงินของเรา แต่ ต้อง เสียค่าธรรมเนียม7 $ ค่ะ เช่น ต้องการถอนออก 30 $ ท่านจะเหลือ 23 $ ค่ะ และนำเงินที่ถอนไปใส่อีกชื่อหนึ่งของเรา

2.  หาโอกาศ เข้าลงทุนให้ดี .....ท่านอย่าเอาใจจดจ่อจนทุกนาทีค่ะ
ท่านมีโอกาศ ตั้ง 24 ชัวโมง ยิ่งท่านเอาใจจดจ่อมากใจท่านก็จะบอกกับตัวเองว่า นี่ล่ะโอกาสเสมอเลย **** แนะนำให้สังเกตุนาน ๆ

  • 3. ท่านอย่าเร่ง เงิน ตัวเองนะค่ะ เช่น นำเงินเข้าโบรกเกอร์ 100 $ และท่านลงทุน 70 $ หรือ 7000 หน่วย ท่านต้องรู้นะค่ะลงทุน 100 $ มันควรจะได้เท่าไหร่ ใน 1 เดือน ท่านจะรู้อย่างไร ท่านใช้เงินปลอมลองเล่นค่ะ ท่านมีประสบการณ์มาหลายเดือน สำหรับดิฉัน ใช้ แค่ 40 $ หรือ 4000 หน่วย ทุกครั้ง ในการลงทุน
เก็บวันละ 20 จุด ( เน้น....กำหนดเท่านี้ค่ะ )

เก็บ 20 วัน วันละ 20 จุด

20 คูณ 20 = 400 จุด

ลงทุน 4000 หน่วย หุ้น ขึ้น ลง 1 จุด = 0.4 $

0.4 คูณ 400 = 160 $

เปลี่ยนเป็นเงินไทย = 5120 บาท
เน้น........ท่านอย่าเร่งเงินตัวเองถ้าท่านต้องการใช้เงินในเดือนนี้ 10,000 บาท แต่ท่านใช้เงิน 100 $ ข้างบน แล้ว ลงทุน 70 $ หรือ 7000 หน่วย ( ระวังท่านไม่ได้อย่างที่คิดนะค่ะ )

ท่านมี 2 วิธี
1. ท่าน ต้อง เก็บจุด เพิ่มขึ้น จาก วันละ 20 จุด ก็ เป็น 40 จุด ( วิธีนี้เหนื่อยค่ะ )
2. ท่านต้องลงทุน เป็น 200 $ แต่เก็บที่ 20 จุด ต่อวัน


4. กำไร 5-10 จุด ให้ปิดการขายเลยนะค่ะ ค่อยเก็บไปเรื่อย ๆ ( วิธีการเล่นระสั้นค่ะ )
อย่ารอมากกว่านี้ค่ะ เดี่ยวจะปิดการขายไม่ได้ ( ไม่ต้องกลัวโบรกเกอร์ระงับการใช้ของเราค่ะ เรามี 2 ชื่อค่ะ ถ้าระงับ
ชื่อนี้เราก็ย้ายเงินไปเล่นอีกชื่อค่ะ) ** แต่ต้องเผื่อค่าธรรมเนียมด้วย **


*****วิธีการนี้ เป็นแค่แนวทางการลงทุนระยะสั้น อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง/ " การลงทุนมีความเสี่ยง "

- ข้อมูลจาก http://www.trades-inter.com/

แนะนำวิธีวิเคราะห์กราฟเบื้องต้น

แนะนำวิธีวิเคราะห์กราฟเบื้องต้น สำหรับ Marketiva



- Exclamation ขั้นตอนต่อไปเราจะมาสอนวิเคราะห์กัน
เรามาดูกันดีกว่าว่า กราฟมากมายขนาดนี้ดูกันยังไง วิธีการวิเคราะห์ไม่ยากค่ะ ขั้นแรกให้คุณหาเส้น Price Line มันคือเส้นของราคาขณะนั้นแหละค่ะ เป็นเส้นสีดำนะค่ะ

การวิเคราะห์ขั้นแรกก็คือ ถ้าเส้น Price Line อยู่ต่ำกว่าทุกเส้น (Stochastic , RSI , MACD ไม่เกี่ยวนะค่ะ) แสดงว่าราคากำลังลง แต่ถ้าอยู่เหนือเส้นทุกเส้น แสดงว่าราคากำลังขึ้นค่ะ
หลังจากวิเคราะห์ขั้นแรกแล้ว ก็ต้องใช้อีกสามกราฟด้านล่าง เพื่อยืนยันว่าถูกต้องค่ะ


***ขอยกตัวอย่างการวิเคราะห์ ให้ดูจากรูปด้านล่างนี้นะค่ะ





วิเคราะห์ขั้นแรก :
จากจุดสีแดงจะเห็นว่าเส้น Price Line ลงมาตัดกับเส้นทุกเส้น จุดนั้นเรียกว่า Break Out ถ้าเกิดแบบนี้ท้ายไว้ก่อนว่าราคากำลังจะตกลง


วิเคราะห์ขั้นสอง :
ให้ดู Parabolic SAR ก็คือจุดรูปสี่เหลี่ยม สีน้ำตาลที่อยู่เหนือเส้น Price Line ถ้าอยู่ด้านบนก็แสดงว่าราคากำลังลง ผ่านมาถึงขึ้นนี้ก็เกือบแน่ใจได้แล้วค่ะว่ากำลังลงแต่ต้องดูอีก 3 กราฟก่อน

วิเคราะห์ขั้นสุดท้าย :
จากจุดสีเขียวจะแสดงให้เห็นว่าเส้นสีน้ำเงินอยู่ต่ำกว่าเส้นสีแดง แสดงว่าราคากำลังลง
จากจุดสีน้ำเงินจะแสดงให้เห็นว่า เส้น RSI กำลังลงมาต่ำกว่า 50 (คือต่ำกว่าเส้นตรงกลางครับ)แสดงว่าราคากำลังลงค่ะ
จากจุดสีดำจะแสดงให้เห็นว่า กราฟแท่งของ MACD กำลังหมุนลงไปอยู่ในทิศทางลบ(คือต่ำกว่า 0 ครับ) แสดงว่าราคากำลังลงอีกแล้วค่ะ

ยืนยันขั้นสุดท้าย :
ตรวจสอบว่าเส้นสีน้ำเงินข้างบน(Moving Average : 50) อยู่ใน Trend ที่ถูกต้อง คือเส้นสีน้ำเงินไม่ได้แสดงให้เห็นว่าราคากำลังขึ้น
ถ้าเส้นสีน้ำเงินเอียงขึ้นไม่ควรทำการ Short นะค่ะ เพราะอาจจะผิดพลาดได

ขอยกอีกหนึ่งตัวอย่างค่ะ ( usd/jpy )




วิเคราะห์ขั้นแรก :
จากจุดสีแดงจะเห็นว่าเส้น Price Line ขึ้นไปตัดกับเส้นทุกเส้น แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น


วิเคราะห์ขั้นสอง :
Parabolic SAR อยุ่ใต้เส้น Price Line แสดงว่าราคากำลังจะขึ้นค่ะ


วิเคราะห์ขั้นสุดท้าย :
จากจุดสีเขียวจะแสดงให้เห็นว่าเส้นสีน้ำเงินอยู่เหนือเส้นสีแดง แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น
จากจุดสีน้ำเงินจะแสดงให้เห็นว่า เส้น RSI กำลังลงขึ้นไปเหนือ 50 แสดงว่าราคากำลังขึ้น
จากจุดสีดำจะแสดงให้เห็นว่า กราฟแท่งของ MACD กำลังขั้นไปอยู่ทางบวก ก่อนหน้านั้นอยู่ 0 พอดีค่ะ แสดงว่าราคากำลังจะขึ้น
แล้วสุดท้ายตรวจสอบว่าเส้นสีน้ำเงิน (Moving Average : 50) ซึ่งอยู่ใน Trend ปกติ ไม่ขัดกับสัญญาณที่ได้มาทั้งหมดค่ะ


จากที่แนะนำวิธีวิเคราะห์เบื้องต้นมาทั้งหมดสรุปได้ว่า
1. ดู Price Line ว่าอยุ่เหนือหรือต่ำกว่าเส้นทั้งหมด
2. ตรวจสอบ Parabolic SAR
3. ตรวจสอบ 3 กราฟด้านล่าง
4. ตรวจสอบ Moving Average : 50 ว่าอยุ่ใน Trend ที่ถูกต้องไม่สวนกับสัญญาณที่ได้มา

****อย่าลืมตรวจสอบ Moving Average ทุกครั้งนะครั้ง /อาจพลาดได้ง่าย ๆ นะค่ะ
ข้อมูลดีๆ จาก http://www.forexisstock.com/

ถ้ามีทุนน้อย เทรดได้ไหม

มีทุนน้อยจะลงทุนใน Forex อย่างไรดี?
 - จากที่เราสั่งซื้อด้วยเงินเพียง $1 ของเราเอง กำไรมันน้อยนิดมาก ขนาด +50 จุดยังทำเงินได้ 17 สตางค์เอง หากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 เลยทีเดียว มีทุนไม่พอแน่ ทำไงดี ตรงนี้แหล่ะคjtที่ Leverage เข้ามามีผล Leverage มีผลกับการ เทรด Forex อย่างไร เรามาดูกัน





มารู้จัก Leverage กันค่ะ
  • Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ค่ะ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)
  • แต่ไม่ต้องห่วงนะค่ะ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ค่ะ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะค่ะ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกค่ะ
  • คิดคร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ค่ะ) นั่น หมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10% และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์
  • ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ค่ะ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva (โบรกเกอร์) มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน ลอง คิดดูเล่นๆู ล่ะกันค่ะ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5 เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็สุดยอดแล้วค่ะ)
  • ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ดิฉันเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่หลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่เทรด
  • ที่ FxOpen (โบรกเกอร์) ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เอง
  • แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะค่ะ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจ


- คุณสามารถลงทุนใน Forex แทนได้ โดยใช้ทุนเริ่มต้นเพียงน้อยนิด มาเริ่มเรียนรู้การลงทุนและทำเงินจาก Forex Trading ได้ที่นี่ และจงจำไว้เสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง"

ซื้อขาย ตอนไหน

การตัดสินใจซื้อขาย ตัดสินใจเมื่อกราฟตัดกัน





เค้าใช้เส้นเดียวเลย Triangular Moving Average 36 คืออะไร ?
ก็เวลาเซ็ต Indicators ค่ะ พอเลือก Moving Average แล้ว จะมี Type ให้เลือก ก็เลือก Triangular แล้วก็ตั้งไว้ที่ 36
*ถ้าเส้นนี้ตัดเส้นหุ้น(หรือเส้นราคานั่นแหละค่ะ) แล้วอยู่บน ตลาดจะลงค่ะ
*ถ้าเส้นนี้ตัดแล้วอยู่ล่างเส้นราคา ตลาดจะขึ้นค่ะ



------------------------------------------------------------------------------------



รูปนี้เราเซ็ตเพิ่มอีก 2 เส้นนะค่ะ หัวข้อ Moving Average นั่นแหละค่ะ (MA) SMA ก็ชนิด Simple ค่ะ WMA ก็ Weight ค่ะ
*ถ้าตัดกันแล้วเขียวอยู่บนกราฟ จะลง
*ถ้าตัดกันแล้วเขียวอยู่ล่าง กราฟ จะขึ้น
* สำหรับเสัน Triangular ใช้ดูภาพรวมตลาดค่ะ


------------------------------------------------------------------------------------

เซ็ตไว้ 2 เส้น ก็รู้ทิศทางตลาดแล้วน่ะค่ะ


------------------------------------------------------------------------------------


ถ้าเส้นมั่วๆกันอยู่ ดูไม่ชัดเจน ระดับไม่ต่างกันมาก อย่าพึ่งเล่นค่ะ ข้ามไปเลย



------------------------------------------------------------------------------------

ซื้อขาย ตอนไหน 2




ความหมาย การเดินของกราฟหุ้น บางคนว่าหลอกตา บางคนว่าขณะกำลังแกว่งขึ้นลง
ถ้าเราเซ็ต Style เป็นแบบ Bar Chart จะเห็นชัดเจนค่ะ แต่ละแท่งจะบอกดังนี้นะค่ะ
3 รูปนี้ เป็นเวลาเดียวกันครับ ขณะกำลังเดิน ภาพแรกเดินมาที่ 0.6858 ภาพ 2 เดินมาที่ 0.6855 ภาพ 3 เดินมาที่ 0.6858 แกว่งไปแกว่งมาค่ะ ยังไม่ถึงเวลาปิด ก็เหมือนอย่างที่เราเห็นกันนั่นแหละค่ะ ขณะหุ้นเดิน จะแกว่งไปแกว่งมา ไม่รู้จะขึ้นจะลงแน่
...ความหมายของแท่งคือ ลองพิจารณา 1 แท่งดูนะค่ะ แต่ละแท่งจะมีขีดซ้าย กับขีดขวา


ขีดซ้ายหมายถึงราคาเปิด ขีดขวาหมายถึงราคาปิด
เช่น เปิดที่ราคาสูง แล้วปิดที่ราคาต่ำ ค่ะ หรือเปิดที่ราคาต่ำ แล้วปิดที่ราคาสูง


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------






... เซ็ต Simple 20 กับ Simple 5 เพื่อรอดูการตัดกัน เพราะกราฟ 2 เส้นนี้จะไม่ชิดกัน

แต่พอตัดกัน ก็เป็นสัญญาณที่เราจะซื้อขายได้ค่ะ
แล้วก็พ่วง Triangular 36 ไว้ดูทิศทางรวมอีกตัวครับ เพราะ Triangular เมื่อตัดเส้นราคา ก็บอกทิศทางได้ตามภาพที่ 1 ครับ

***สำหรับ Timescale ผมเซ็ตเป็น 30 Minutes จะได้ดูละเอียดขึ้น และเห็นจุดตัดได้เร็วขึ้น ถ้าเซ็ต Time น้อยกว่านี้ผมว่ามันถี่ไป
แต่ถ้ากราฟมีแววจะตัดกันแล้ว ให้ปรับ Timescale น้อยลงไปอีก เผื่อว่า กราฟจะตัดกันแล้วค่ะ จะได้ตัดสินใจซื้อขายได้เมื่อกราฟตัดกันค่ะ

***และก่อนจะตัดสินใจซื้อขาย ควรจะ Zoom ออกมาดูที่ 50% เพื่อให้เห็นภาพรวมของกราฟ ประกอบการตัดสินใจค่ะ***

การดูกราฟ

Buy เมื่อ
ถ้าเส้นราคา (แท่งเทียนขาว-ดำ) และเส้น MV 5 ตัดเส้น MV 50 และ เส้น MV 100 ขึ้น และเส้นราคาเกาะขอบ Bollinger Bands ขอบบน (สีเขียว) บวกกับมี Parabolic SAR อยู่ใต้เส้นราคา และดันขึ้น บวกกับ MACD สีน้ำเงินตัดสีแดงขึ้น และมีภูเขาเกิดขึ้นเหนือระนาบ 0 บวกกับ RSI อยู่ใต้ 30 และหักหัวขึ้น บวกกับ Stochastic อยู่ใต้ 20 และหักหัวขึ้น

Sell เมื่อ
ถ้า เส้นราคา (แท่งเทียนขาว-ดำ) และเส้น MV 5 ตัดเส้น MV 50 และ เส้น MV 100 ลง และเส้นราคาเกาะขอบ Bollinger Bands ขอบล่าง (สีเหลือง) บวกกับมี Parabolic SAR อยู่เหนือเส้นราคา และกดลง บวกกับ MACD สีน้ำเงินตัดสีแดงลง และมีภูเขาหัวกลับเกิดขึ้นใต้ระนาบ 0 บวกกับ RSI อยู่เหนือ 70 และหักหัวลง บวกกับ Stochastic อยู่เหนือ 80 และหักหัวลง

กราฟเวลาที่เหมาะสมคือ 15 ถึง 30 นาที ทั้งนี้ อาจใช้ 5 นาทีเพื่อหาจังหวะเข้า และ 1 - 4 hrs เพื่อดูแนวโน้มในระยะยาว

กราฟแต่ละเวลาหมายถึง ระยะเวลาที่แต่ละแท่งเทียนถูกเขียนขึ้นในกราฟนั้นๆ

สำหรับ กราฟ pattern แบบต่างๆ การอ่านแท่งเทียน สามารถศึกษาได้จากเว็บหุ้นทั่วไป


การสั่งซื้อขาย
เราสามารถทำการสั่งซื้อขายได้โดยการคลิ๊กที่คู่ของค่าเงินที่ต้อง การ หรือคลิ๊กที่พื้นที่กราฟ ส่วนการ close หรือ modify position ก็ให้ไปคลิ๊กเลือกที่ position ที่ต้องการในพื้นที่ 4 สำหรับปริมาณที่จะซื้อ-ขาย ในช่อง quantity ให้ใส่เป็นจำนวน 100 เท่า ของที่เราต้องการนะค่ะ เช่นเราจะเทรด $1 ให้ใส่ 100 (จุดละประมาณ 1 เซ็นต์) เทรด $100 ให้ใส่ 1,000 (จุดละประมาณ $1)

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเทรดในบ้านเรา คือ 12.00 - 22.00 ครับ ช่วงอื่นกราฟอาจจะอืดๆ ไปบ้าง ช่วงบ่ายๆ คือก่อนตลาดญี่ปุ่นปิด ตลาดยุโรป-ลอนดอนกำลังจะเปิด และ 19.00 ตลาดนิวยอร์คจะเปิดลองใช้ดูค่ะ เล่นกับเงินปลอมไปก่อน เพื่อทดลอง จะได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

วางแผนการเทรด

วางแผนการเทรด และเทรดตามแผนของคุณ:

ในการเทรด ไม่ควรตัดสินตามอารมณ์ ความรู้สึกของคุณ ว่า ราคาน่าจะขึ้น ราคาน่าจะลง แล้วเปิดคำสั่งเทรด คุณจำเป็นต้องมีแผนในการเทรดเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ แผนการเทรดที่ดี ควรประกอบด้วย
  1. การกำหนดจุดเข้า หรือสัญญาณในการเข้าเทรด,
  2. การกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss),
  3. การกำหนดเป้าหมายกำไร (Target),
  4. การวางแผนการเงิน (Money Management)
จัดสรรเงินเทรด ให้เหมาะสม แผนการเทรดที่ดี จะช่วยให้คุณตัดอารมณ์ ออกจากการเทรด ช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งเครียด เวลาติดลบเยอะๆ ไม่ต้องถูกบังคับปิด เมื่อ Margin ของคุณหมด ตัวอย่างแผนการเทรด หรือระบบเทรด

เทรนคือเพื่อนของคุณ:
อย่าคิดสวนเทรน หาจังหวะหรือสัญญาณ เพื่อ Buy/Long เมื่อตลาดอยู่ในภาวะ Bullish (เทรนขึ้น-กระทิงขวิดขึ้น)
และ หาจังหวะ หรือสัญญาณ เพื่อเข้า Sell/Short เมื่อตลาดอยู่ในภาวะ Bearish (เทรนลง-หมีตะปบลง)


การรักษาเงินลงทุน
สิ่ง ที่สำคัญอีกอย่าง เมื่อทำการเทรด ต้องรักษาเงินในบัญชีของคุณให้ดีู่ การเปิดคำสั่งเทรด แต่ละคำสั่ง ไม่ควรเกิน 10% ของเงินลงทุนที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินอยู่ในบัญชี $100 ในการเทรดแต่ละครั้ง ไม่เกิน $10 ถ้าไม่มีการรักษาเงินลงทุน เงินทุนอาจลดลงอย่างรวดเร็ว จนหมดและคุณอาจท้อ จนต้องเลิกไปเลย


รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องตัดขาดทุน:
ถ้า ราคาวิ่งตรงข้ามกับที่เทรดไว้ ควรปิดทิ้งแล้ว รอสัญญาณ หรือโอกาสในการเข้าใหม่ อย่าถือไว้โดย หวังว่าราคาจะวิ่งกลับมา ให้เราปิดทำกำไร การถือติดลบไว้ ทำให้คุณเสียโอกาส ในสัญญาณดีๆ และจะต้องมานั่งเครียด กลัว margin จะหมด ดังคำ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ถ้าเลวร้ายจริงๆ อาจถึง โดนสั่งปิดไปเลย ดังนั้น ก่อนทำการเทรด จึงควรหาจุด Stop-Loss จุดที่คุณต้องปิดทิ้ง เมื่อราคาวิ่งตรงข้าม จากที่คาดหมายไว้ โดยอาจกำหนดไว้ เลย เช่น -20 จุด หรือ -30 จุด หรืออาจดูจาก แนวรับ-แนวต้าน นำมาตั้งเป็นจุด Stop-Loss

ปิดทำกำไรเมื่อได้โอกาส:
ก่อน ทำการเทรด ตั้งเป้าหมายไว้ ว่าต้องการกำไรเท่าไหร่ เมื่อได้โอกาส ก็ควรปิดเพื่อทำกำไร เป้าหมาย หรือ Target อาจกำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับความพอใจของเรา เช่น กำไร 20 จุด, กำไร 30 จุด, 50 จุด หรือกำหนดจาก แนวรับ-แนวต้าน หรืออาจใช้เครื่องมือช่วย เช่น Fibonacci หรือ Pivot Point เป็นตัวกำหนด


ตัดอารมณ์ออกไป:
2 อารมณ์ ที่มีผลมากในการเทรด คือ ความโลภ และความกลัว อย่าให้ความโลภ และความกลัว เข้ามามีผลต่อการเทรดของคุณ หมั่นฝึกฝน เทรดให้เป็นระบบ เทรดตามแผน หรือระบบเทรด ที่วางไว้ ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss), เป้าหมาย (Target) , บริหารเงินให้ดี คุณก็จะมีโอกาส ประสบความสำเร็จ ใน Forex ได้

อย่าเทรดมากจนเกินไป:
คุณ ไม่ควรเปิดเทรด มากจนเกินไป ปกติในเวลาหนึ่ง ควรมี Position ที่เทรดค้างไว้ ไม่เกิน 3-5 Position ถ้ามีมากเกินไป คุณอาจควบคุมไม่ได้ หรืออาจใช้ อารมณ์ในการ ตัดสินใจ เมื่อตลาดเกิดการเเปลี่ยนแปลง ดังนั้นอย่าเปิดเทรด มากจนเกินไป

เมื่อไม่แน่ใจ ไม่ต้องเทรด:
เมื่อ คุณมั่นใจ หรือกำลังสับสน กับสภาวะของตลาด ไม่แน่ใจว่าราคา จะวิ่งไปทางไหน ใหัอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร บางครั้งการไม่ทำอะไร ก็อาจดีที่สุด

เล่น forex ได้กำไร แล้วจะเบิกยังไง

เราจะเอาเงินจากการเทรด Forex มาใช้อย่างไร

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าถ้าเทรด Forex แล้วมีกำไร เราจะเอาเงินจาก Marketiva ออกมาใช้อย่างไร มาดูกันต่อเลย การจะเอาเงินออกมาใช้ได้นั้นเราจะต้องสมัคร E-Bullion ก่อนนะค่ะ

E-Bullion กับ E-gold เป็นเสมือนธนาคารทางอินเตอร์เน็ตคล้ายๆ กัน (e-currency) แต่คนละบริษัท จัดทำเฉยๆ หรือ ทองคำแท่งคนละยี่ห้อนั่นเอง แต่การลงทุนใน Marketiva ใช้หน่วยเงินเป็น E-Bullion ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และมีระบบการรักษาความปลอดภัยและให้ความยอมรับอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกท่าน ต้องสมัครสมาชิก E-Bullion ไว้ เพื่อใช้ในการลงทุน ทางอินเตอร์เน็ต การซื้อ การถอนก็ทำได้อย่างง่ายดายเนื่องจาก มีที่รับซื้อ ขาย E-Bullion หลายแห่งค่ะ ในบ้านเราท่านสามารถสั่งซื้อ ขาย E-bullion ผ่านเว็บ www.taladthong.com ได้ค่ะ

วิธีสมัคร E-Bullion
เข้าไปที่เว็บ http://www.e-bullion.com
คลิก Secure Mode

-กรอกรายละเอียดต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ

จากนั้น e-bullion จะส่ง Account ID ของเราไปทางอีเมล์ที่เราใช้ในการสมัคร
นำ Account ID นั้นมาใช้ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบต่อไป

วิธีใช้งาน e-bullion

-1. ให้เข้าไปที่ http://www.e-bullion.com แล้วคลิก login แล้วใส่ Account Number และ Password กด login
-2. ถ้าจะโอนเงินจาก บัญชี e-gold มาที่ บัญชี e-bullion ให้คลิกที่ Deposits แล้วคลิก Convert E-Gold to E-Bullion แล้วไป กรอกรายละเอียด ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยใส่ เลขบัญชี e-gold และชื่อบัญชี e-gold ที่ต้องการโอนมาที่ e-bullion และก็ใส่เลขบัญชี e-bullion ด้วย เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 4% ของเงินที่โอน โดยหักจากยอดที่โอน ขั้นต่ำ ต้องโอน 5 us ขึ้นไปค่ะ เช่นเราโอนเงิน จากบัญชี E-Gold มาที่ บัญชี e-bullion 100 us เขาก็จะหักไป 4 us ให้เรา 96 us ค่ะ
-3. ถ้าคุณมีเงินอยู่ในบัญชี e-bullion แล้ว ต้องการโอนไปบัญชี e-bullion อื่น ก็ได้ค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่าย คลิกที่ Transfers กรอกเลขบัญชีที่ต้องการ
-4. ถ้าต้องการถอนเงินจาก e-bullion ก็มีอยู่หลายวิธี โดยการส่งเช็คแบบธรรมดา (รอประมาณ 2 - 3 อาทิตย์)มาให้เรา เสียค่า ธรรมเนียม 2.5 us และแบบด่วนพิเศษ (รอประมาณ 1 อาทิตย์) เสียค่าธรรมเนียม 15 us
และการโอน เงินเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งธนาคารนั้นต้อง เป็นสมาชิกของ e-bullion ด้วย เสียค่าธรรมเนียม 40 us วิธีนี้ไม่แนะนำ แต่มีอีกวิธีเป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่ต้องรอเช็ค หลาย ๆ วัน แถมค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว ถูกกว่าการส่งเช็คด้วย คือ บัตรเดบิต โดยเราสามารถ ที่จะถอนเงินได้ที่ตู้ ATM ทั่วโลก เสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 3.5 us แค่คุณต้องซื้อบัตร เดบิต จากเขาก่อน ราคา 34.95 us แล้วเขาก็จะส่งบัตรมาให้ (รอประมาณ 1-2 อาทิตย์) แถมยังถูกกว่าค่าส่งเช็คอีก คือว่าเราเสียค่าส่งเช็ค 2.5 us แล้วต้องมาเสียค่าขึ้นเช็คที่เมืองไทยอีก 200-300 บาท รวม ๆ ก็ประมาณ 10 us เลยค่ะ

ค่าเงินสกุลต่างๆ

ค่าเงินสกุลต่างๆ ที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายในตลาด Forex ที่สำคัญ มีดังนี้






Symbol ชื่อสกุลเงิน ชื่อเรียก ประเทศ ตลาด เปิด-ปิด
USD ดอลลาร์ Buck สหรัฐอเมริกา 19.00-03.00
EUR ยูโร Fiber สหภาพยุโรป 13.00-21.00
JPY เยน Yen ญี่ปุ่น 06.00-14.00
GBP ปอนด์ Cable อังกฤษ 14.00-22.00
CHF ฟรังซ์ Swissy สวิสเซอร์แลนด์ 13.00-21.00
CAD ดอลลาร์ Loonie แคนาดา 19.00-03.00
AUD ดอลลาร์ Aussie ออสเตรเลีย 05.00-12.00
NZD ดอลลาร์ Kiwi นิวซีแลนด์ -


การ ที่เราจะซื้อขายใน ตลาด Forex จะต้องเปิดบัญชีกับ Forex Broker เป็นโบรกเกอร์ทางอินเตอร์เน็ต เราสามารถเทรดออนไลน์ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ถึง คืนวันศุกร์
 
Email: khmersomkh@gmail.com Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. forex online - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger